คือแสงไฟฉายจากโทรศัพท์ของตัวเอง และในจังหวะนั้น ผมก็สังเกตเห็นเทปสีเหลืองปรากฏอยู่ตรงบันไดทางขึ้นชั้นสอง
“ทีนี้เอาไงต่อดีครับ?”
หนูท่อถามขึ้นมา สายตาจับจ้องผม เขาดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง
ความกระตือรือร้นของเขาทำเอาผมประหลาดใจ แต่ผมก็เมิน ๆ ไปและมองสำรวจรอบข้างแทน
อากาศภายในนี้ทั้งเหม็นอับและค่อนข้างอุดอู้ เหมือนกับได้เข้าไปอยู่ในห้องที่ถูกปิดตายมานานหลายวัน
แผ่นวอลเปเปอร์หลุดลอกออกมา ม้วนตัวงอเสมือนขอบใบไม้แห้ง พื้นส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดใต้น้ำหนักเท้า ครวญครางทุกครั้งที่ผมย่างก้าว
แต่ผมยังคงเดินต่อไป
อย่างเชื่องช้า
มุ่งตรงสู่สวิตช์ไฟ
แม้จะมีแสงสว่างจากโทรศัพท์ของตัวเองแล้ว มันก็ยังไม่เพียงพอ
ทว่า…
แป๊ก
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ความมืดมิดยังคงเกาะกุมตัวผมจากทุกทิศทาง
“สวิตช์เสียเหรอ?”
“….ไม่นะครับ”
“แปลกจังแฮะ”
หนูท่อหยิบโทรศัพท์ของเขาเองออกมา ฉายความสว่างไปทั่วบริเวณเบื้องหน้าตน
“ใช้แบบนี้ไปก่อนแล้วกัน”
เขาหันหลังกลับไปมองเทปสีเหลืองที่ปิดกั้นทางขึ้นสู่ชั้นสอง แล้วหันมาทางผมพร้อมกับดึงสายเทปขึ้น
“ไปกันเลยไหมครับ?”
ผมลังเล แต่พอนึกถึงเควสต์แล้ว ท้ายที่สุดผมก็ตามไป
ทุกฝีเท้าที่ก้าวขึ้นบันไดเรียกเสียงคร่ำครวญแผ่วเบาจากแผ่นไม้ อากาศเริ่มหนาแน่น อบอวลด้วยกลิ่น