“…..”
โรงละครตกอยู่ในความเงียบสงัดโดยสมบูรณ์
ความรู้สึกเย็นยะเยือกม้วนตัวอยู่ในท้องของผม บีบรัดแน่นขึ้นทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ ในขณะที่สายตาจ้องมองวาทยกรที่ยืนอยู่ไกลออกไป
แล้ว…?
การตัดสินใจของมันล่ะ?
มันจะหลงกลไหม? ขอให้ตอบตกลงทีเถอะ…
ผมพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ แต่ความตึงเครียดนั้นรุนแรงจนสัมผัสได้ จังหวะการหายใจแทบจะควบคุมไม่ไหว แม้แต่การกลืนน้ำลายยังเป็นเรื่องยากลำบาก
มันรู้สึกเหมือนกับว่า… ทุกเสี้ยววินาทีช่างยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์
ตัวผมทำได้เพียงห้อยลอยอยู่แบบนั้น เปลือกดวงตาซึ่งถูกเย็บติดกันของวาทยกรจ้องมองมา
และแล้ว—
แรงบีบรอบลำคอคลายลง ผมร่วงกลับไปยังเก้าอี้
ตุบ!
“ก็ได้”
น้ำเสียงแหบพร่าของวาทยกรกระซิบผ่านอากาศ
“…ผมจะให้โอกาสคุณ”
วาทยกรขยับไปด้านข้างและชี้ไปยังเปียโนที่ตั้งอยู่ใจกลางเวที
“แสดงบทบรรเลงอันสมบูรณ์แบบของคุณซะสิ”
ความเงียบงันหวนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ทุกศีรษะยังคงจ้องมองผม
มันรู้สึกราวกับมีดวงตานับพันจับจ้องจนผิวหนังของผมเริ่มสั่นสะท้าน ผมส่ายศีรษะพร้อมกับริมฝีปากที่สั่นเทาเล็กน้อย
“คุณ… เข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปนะ”
“…..”
“ฉันไม่ได้หมายถึงตอนนี้ ฉันหมายถึง— อั่ก!!”
ฝ่ามือเจ้าเก่าพุ่งเข้ามารวบคอผมอีกครั้ง คราวนี้มันรวดเร็วกว่าเก่า บีบ