แน่นเสียจนผมเกือบจะหมดสติไปตรงจุดนั้น
“อย่ามาเล่นลิ้นกับผม”
ครืน! ครืน!
ทั่วทั้งโรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เก้าอี้สั่นรัว ผ้าม่านแกว่งไปมา เครื่องดนตรีกระทบกระแทกกัน ท่ามกลางทุกสรรพสิ่ง เสียงของวาทยกรเลื้อยผ่านอากาศอย่างร้ายกาจ… ซึบซาบพื้นที่ด้วยเจตนามุ่งร้ายอันเด่นชัด
“ผมควรจะฆ่าคุณทิ้งตอนนี้เลยดีไหมนะ?”
ฝ่ามือที่บีบคอของผมอยู่กดลึกลงบนผิวหนัง ราวกับว่ามันกำลังจะขย้ำเข้าไปถึงกลางอก
“ฆ่าคุณน่ะเรื่องง่าย ๆ ตัวคุณมันอ่อนแอ เป็นแค่แมลงอ่อนแอที่ผมขยับเพียงนิดเดียวก็กำจัดทิ้งได้แล้ว”
เสียงของมันยิ่งแหบแห้งมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะพูด ทัศนียภาพของผมเริ่มหมุนคว้าง ผมพยายามประคองสติเอาไว้
“ไม่ว่าคุณพยายามจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ผมไม่มีอารมณ์… มาเล่นแง่กับคุณหรอกนะ”
มันพูดแบบนั้น แต่ว่า…
มันยังไม่ฆ่าผม
เห็นได้ชัดเลยว่านิสัย ‘คลั่งความความสมบูรณ์แบบ’ ของมันกำลังเหนี่ยวรั้งไม่ให้ทำเช่นนั้น
ผมรู้
รู้อยู่ลึก ๆ ว่า วาทยกรจะไม่ฆ่าผม
จนกว่ามันจะได้เล่นบทเพลงของตัวเอง
สมกับเป็นวิถีของพวกบ้าความสมบูรณ์แบบ
และในไม่ช้า…
“แค่ก! แค่ก—!”
แรงบีบรอบลำคอคลายออก และตัวผมก็ร่วงลงบนที่นั่งอีกครั้งหนึ่ง เสียงไอของผมเติมเต็มชั้นบรรยากาศ
“เฮือออกกก…”
ผมสูดอากาศเข้าปอดอย่างหนักหน่วง เอามือลูบคอพร้อมกับจ้องมองวาทยกร ซึ่งเริ่มเ