คลื่อนกายไปยังแท่นโพเดียม
“อยู่ตรงนั้นแล้วฟังการแสดงของผมซะ ถ้ายังคิดจะ—”
“อย่างที่… คิดไว้เลย คุณกลัว…”
“…..”
เงียบกริบ
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบสนิท
แต่ถึงแม้จะเงียบ ทุกสิ่งกลับให้ความรู้สึกดัง
ทุกเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นภายในหู ตั้งแต่เสียงเอี๊ยดอ๊าดของเก้าอี้ เสียงพลิ้วไหวโอนอ่อนของผ้าม่าน และเสียงหัวใจของผมเอง
ผมได้ยินมันทั้งหมดท่ามกลางความเงียบนั้น
…และมันรู้สึก ดังมากเหลือเกิน
“คุณกลัวว่า… ฉันจะพิสูจน์ได้ว่าคุณคิดผิด”
“…..”
“คุณโคตรจะรู้ดีเลยแหละ… ฉันก็แค่มือใหม่คนหนึ่ง มาคาดหวังให้ฉันเล่นอะไรที่สมบูรณ์แบบทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ซ้อมเลยมันสมเหตุสมผลซะที่ไหน ฉันเลยต้องขอเวลาคุณไง หรือกลัวฉันจะพิสูจน์ได้ว่าคุณคิดผิดขนาดนั้นเลยเหรอ? ถ้าเกิดคุณตกลงแล้ว มันเสียหายตรงไหนกันล่ะ?”
ผมใช้ประโยชน์จากความเงียบของวาทยกรเพื่อส่งทุกคำพูดให้ถูกจุด
จับตาดูปฏิกิริยาของมันโดยละเอียด ตั้งแต่การเงียบไปจนถึงการสั่นเทาเล็กน้อยของร่างกายมัน
‘ใช่… ฉันรู้ว่ามันกระทบแก ฉันรู้ว่าแกแคร์ เพราะงั้นช่วยกินเบ็ดทีเถอะ’
วาทยกรส่ายศีรษะ ค่อย ๆ หันมาเผชิญหน้ากับผมอีกครั้งหนึ่ง
‘แดกเบ็ดสักทีเหอะ!!!!’
“คุณ… มนุษย์นี่มันกลับกลอกจริง ๆ คิดหรือว่าผมจะมองเจตนาของคุณไม่ออกน่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของมัน ผมก็เ