ง ๆ ที่อากาศดีมาตลอด แต่ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้กลับมีเมฆดำบดบังดวงอาทิตย์จนมืดไปหมด
ป่าใหญ่ขนาดนี้ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรแม้แต่นิดเดียว ช่างน่าพิศวงอย่างยิ่ง
ดอกฮิกันบานะพวกนี้ แทนที่จะเรียกว่าดอกไม้ มันกลับเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติสัมปชัญญะมากกว่า
เมื่อเห็นคน พวกมันก็พร้อมใจกันหันหัวไปทางเดียวกัน
แม้จะไม่มีดวงตา แต่ทุกคนรู้สึกว่าพวกมันกำลังมองพวกเขาอยู่
ช่างทำให้รู้สึกน่าขนลุกอย่างประหลาด
เมื่อเห็นคนเดินเข้ามา พวกมันถึงกับเข้ามาใกล้ พยายามที่จะปีนขึ้นร่างกายของคน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจอกับวิญญาณผู้พิทักษ์ กลับเป็นอีกสถานการณ์หนึ่ง
ดอกฮิกันบานะ เมื่อเห็นวิญญาณผู้พิทักษ์เข้า ก็เหมือนหนูเห็นแมว รีบหลบซ่อนตัวทันที
ตอนนี้ ไม่ว่าจะมีความแค้นหรือบุญคุณอะไรกันมาก่อนหน้านี้ ทุกคนต่างรีบร้อนเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ กับวิญญาณผู้พิทักษ์
ส่วนวิญญาณผู้พิทักษ์ยังคงเป็นปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง นำพาคนมากมายที่อยู่ด้านหลัง ค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า
หลังจากเดินไปได้ระยะหนึ่งอย่างปลอดภัย ด้านหน้าก็เริ่มมีเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ
ฝีเท้าของวิญญาณผู้พิทักษ์เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนพวกเขาต้องวิ่งเหยาะ ๆ ถึงจะตามมันทัน
ยิ่งเดินไปข้างหน้า เสียงนั้นก็ยิ่งดังมากขึ้นเรื่อย ๆ
เป็นเสียงร้องที่ไพเราะของเหล่าสัตว์ทั้งหลาย
ที่นี่คึกคักมาก มีสัตว์อยู่รวมกันหลากหลายชนิด
แม้พวกมันจะส่งเสียงดัง แต่ก็ว่านอนสอนง่าย รอคอยอยู่ในที่ของตัว