วเองพร้อมกับแค่นเสียงเยาะเย้ย “ไม่นึกว่าคนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดที่นี่จะเป็นคุณหนิง ทั้งที่คุณหนิงดูเป็นคนเย็นชาไร้อารมณ์ แต่ไม่นึกว่าจะมีเรื่องหนักอกหนักใจมากขนาดนี้ ไม่รู้ว่าคุณหนิงกำลังคิดอะไรอยู่”
ทันใดนั้น จ้าวฉี่หมิงก็พบว่าตัวเองพูดไม่ออกแล้ว
เขาพยายามอ้าปาก แต่ก็ไม่สามารถทำได้
เขารู้สึกถึงจิตสังหารที่มาจากแหล่งเดียว นั่นคือหนิงหนิง
หนิงหนิงกำลังมองเขาอยู่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้จ้าวฉี่หมิงหุบปากเงียบอย่างว่าง่าย
เมื่อหนิงหนิงมองลงไป ตอนนั้นเองเขาก็เต็มไปด้วยเหงื่อเย็น ๆ ทั่วศีรษะแล้ว
หนิงหนิงเห็นว่าทุกคนยังอยู่ครบ ดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น
รอบ ๆ ยังคงเต็มไปด้วยดอกฮิกันบานะที่เลื้อยอยู่ทั่วทุกที่ ดูน่าขนลุกอยู่เล็กน้อย
เธอถาม “เกิดอะไรขึ้น?”
ซูเจา “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันเพิ่งอยู่ในภาพลวงตา แล้วจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงหมาป่าหอน แล้วฉันก็เลยตื่นขึ้นมา”
หนิงเหนียน “ผมก็เช่นกัน ได้ยินเสียงหมาป่าหอน”
คนอื่น ๆ ต่างพูดเสริมขึ้นมาเช่นกัน พวกเขาล้วนตกอยู่ในภาพลวงตา พอได้ยินเสียงหมาป่าหอน หลังจากนั้นก็ตื่นขึ้นมา
ไม่นึกว่า คนสุดท้ายที่ยังอยู่ในภาพมายาจะเป็นหนิงหนิง
พวกเขาก็เลยปลุกหนิงหนิงซึ่งก็คือสถานการณ์ตอนนี้
หนิงหนิง “เสียงหมาป่าเหรอ?”
เมื่อพูดถึงหมาป่า ทุกคนก็นึกถึงสิ่งเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย นั่นคือวิญญาณผู้พิทักษ์ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นปีศาจหมาป่า
‘หรือจะ