ากุมไหล่ของหนิงหนิงแน่น พร้อมกับซักถามเธออย่างไม่หยุดหย่อน
หยดน้ำตาใสวาววับหยดหนึ่ง ไหลลงมาที่หางตาของหนิงหนิง
คนคนนี้ มีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่ยังอุ่น
“คุณคิดว่าวิ่งหนีไปอีกโลกหนึ่งแล้ว ผมจะหาคุณไม่เจอหรือ?”
ทันใดนั้น โลกก็หมุนคว้าง
เมื่อหนิงหนิงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทิวทัศน์รอบตัวได้เปลี่ยนไปแล้ว
สีแดงของดอกฮิกันบานะถูกแทนที่ด้วยดอกกุหลาบ
เมื่อมองออกไป ก็เห็นทุ่งกุหลาบที่แผ่ขยายไกลสุดลูกหูลูกตา
ตรงกลางทุ่งกุหลาบ หนิงหนิงถูกมัดติดอยู่กับไม้กางเขน
แสงอาทิตย์ที่จ้าจนแสบตาทำให้เธอต้องหรี่ตาลง
กลิ่นหอมของดอกกุหลาบทำให้รู้สึกฉุนจมูกอยู่บ้าง
หนิงหนิงชอบดอกกุหลาบ แต่เธอเกลียดดอกกุหลาบที่นี่
นี่คือสุสานที่ยูริเตรียมไว้ให้เธอ
เด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีดำหลวม ๆ ยืนอยู่หน้าไม้กางเขน มองเธอพร้อมรอยยิ้ม
เขาค่อย ๆ ก้าวเข้ามาทีละก้าว แล้วประคองใบหน้าของหนิงหนิง
“ยินดีต้อนรับกลับมา พี่สาวที่รัก”
เธอกลับมาที่นี่อีกครั้งแล้วสินะ
หลังจากที่ตระหนักได้ว่าตัวเองตกอยู่ในภาพมายาของดอกฮิกันบานะแล้ว หนิงหนิงก็คาดการณ์ไว้ว่า ตัวเองคงต้องกลับไปยังทุ่งดอกกุหลาบที่เหมือนฝันร้ายอีกครั้ง
ความวุ่นวายมากมายในโลกนี้ได้ครอบครองความคิดของเธอไปเสียส่วนใหญ่
เธอไม่ได้คิดถึงเรื่องในอดีตมานานมากแล้ว
ไม่คิดว่า สุดท้ายก็หนีไม่พ้น
การเหม่อลอยของเธอ ทำให้เด็กหนุ่มไม่พอใจ
มือที่บีบคางของหนิงหนิงกระชับแน่นขึ้น
“พี่สาวใกล้จะตายอยู่แล้ว ยั