ยังกินไม่เสร็จเหรอ?” เจียงเจินถามขึ้นก่อน
ในเมื่ออีกฝ่ายพูดแล้ว หนิงเหนียนจึงเงยหน้าขึ้น
พอมอง เขาถึงได้รู้ว่าพวกนั้นมากันครบทุกคน
ส่วนซูเจาเพิ่งออกมาจากถ้ำพอดี พอเห็นคนยืนอยู่ด้านนอกเยอะแยะก็ตกใจ
เธอพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “มีอะไร? มาขอกินข้าวเหรอ?”
เหลียงชิงฮวนแค่นเสียง “ใครจะอยากขอกินข้าวของพวกเธอกัน พวกเรากินน้ำซุปเห็ดสด ๆ มาแล้วตอนเช้า”
ซูเจากลอกตา “แล้วพวกคุณมาที่นี่แต่เช้าทำไม? เพื่อมาทำให้ฉันหงุดหงิดและไม่ได้กินข้าวเหรอ? จิ๊ ๆ ดูสิว่านี่มันคนแบบไหน กินข้าวเสร็จแล้วยังไม่ให้คนอื่นกิน”
เหลียงชิงฮวน “เธอนี่!”
ซูเจาพูดจาไม่เกรงใจใครเสมอ ต่อให้เหลียงชิงฮวนโมโหจนแทบตาย แต่ก็เถียงเธอไม่ชนะ
เหลียงชิงฮวน “ช่างเถอะเจินเจิน พวกเราไปกันเองเถอะ อย่าไปหาพวกเขาเลย ปล่อยให้พวกเขาอยู่กันเองไป”
“ไปไหนเหรอ?” หนิงหนิงปรากฏตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ และถามขึ้น
เจียงเจินอธิบาย “ชิวชิวบอกว่าจะพาพวกเราไปที่หนึ่ง ที่นั่นมีสวนดอกแพร์ สวยมาก ๆ”
หนิงหนิง “สวนดอกแพร์? ในฤดูกาลนี้เนี่ยนะ? คุณแน่ใจหรือ?”
ขงชิวรับคำต่อ “มันน่าอัศจรรย์ใช่ไหมล่ะ มันน่าอัศจรรย์มากจริง ๆ ผมถึงได้อยากพาทุกคนไปดู”
หนิงหนิง “สวนดอกแพร์นี่ มีมาตั้งแต่ก่อนหน้าแล้วหรือว่าเพิ่งมีปีนี้?”
ขงชิว “น่าจะปีนี้มั้ง ผมก็ไม่เคยเห็นมาก่อน ส่วนตัวผมคิดว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับปีศาจหมาป่า พลังของมันแข็งแกร่งขึ้นทุกปี แล้วพลังอาถรรพ์ของมันก็ส่งผลต่อ