งมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบผลไม้สีแดงสองลูกออกมา พอมองดูอย่างละเอียดก็พบว่าเป็นสตรอว์เบอร์รี
“พวกนี้ล้วนเป็นของที่สัตว์ตัวน้อยเอามาให้ฉัน โอ้ มีเยอะมากจริง ๆ ถ้าไม่กินก็จะเน่าเสียหมดนะ”
ซูเจาชะโงกมองสตรอว์เบอร์รีในมือเธอ แล้วยิ้มเล็กน้อย “ขอบคุณสำหรับน้ำใจ แต่คุณเก็บไว้กินเองเถอะ”
เจียงเจิน “เป็นอะไรไปล่ะ พวกคุณไม่ชอบกินเหรอ?”
หนิงหนิง “ไม่ใช่ พวกเรามีแล้ว”
เจียงเจินตกใจ “พวกคุณหาเจอด้วยเหรอ”
เธอคิดสักครู่ แล้วรู้สึกเห็นอกเห็นใจ “คงจะเหนื่อยมากใช่ไหมล่ะ พวกคุณจะมาอยู่กับพวกเราด้วยกันไหม ขงชิวเขาหาห้องได้แล้ว ต้องดีกว่าอยู่ในถ้ำนี่แน่นอน”
ขงชิวยืนยิ้มอยู่ข้าง ๆ ตลอด
เจียงเจินพูดอะไร เขาก็พยักหน้า แสดงความเห็นด้วย
ในขณะที่ซูเจากำลังทนไม่ไหว เกือบจะระเบิดอารมณ์ออกมา น้ำที่หนิงเหนียนต้มก็เดือดพอดี
เขายกกาน้ำขึ้นมาโดยไม่ได้มองคนข้างนอกเลย จากนั้นก็ลุกขึ้นและเดินเข้าไปในถ้ำ
ซูเจากลอกตาและตะโกนไปที่หนิงเหนียนว่า “ฉันก็จะกินด้วย ช่วยชงให้ฉันหนึ่งถ้วยด้วยนะ”
หนิงเหนียนโบกมือเป็นเชิงรับรู้
เจียงเจินรู้สึกแปลกใจ “ชง? พวกคุณกำลังจะกินอะไรกัน?”
ซูเจา “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปน่ะ”
เจียงเจินและเหลียงชิงฮวนพูดขึ้นพร้อมกัน “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป?”
ซูเจาพยักหน้าอย่างไร้เดียงสา “ใช่ค่ะ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป”
เจียงเจินงงไปเลย “พวกคุณได้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาจากไหน?”
ซูเจายิ้มอย่างสดใส “ก็แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่หนิงหน