ิงทำงานหนักเพื่อแลกมาไงคะ”
เหลียงชิงฮวน “ได้รับมันมาเหรอ? ทีมงานได้มอบหมายงานให้คุณหรือเปล่า?”
ทำไมพวกเขาไม่รู้เรื่องนี้
เมื่อเห็นว่าพวกเขาเข้าใจผิดแล้ว เจียงซั่วรีบอธิบายว่า ของของหนิงหนิงนั้น เป็นของที่ทีมกู้ภัยให้มา
ซูเจาวิ่งกลับไปที่ถ้ำ แล้วก็วิ่งกลับมาอีกครั้ง เธอถือกล่องสตรอว์เบอร์รีและถุงส้มสีทองในมือ แล้วแสดงให้เจียงเจินและคนอื่น ๆ ดู
“ไม่ใช่แค่นี้นะ ยังมีข้าว และอาหารบ้าน ๆ อีก แต่มีปริมาณค่อนข้างน้อย พอดีกับพวกเราสามคนเท่านั้น เลยไม่แบ่งให้พวกคุณกิน อย่างไรก็ตาม พวกคุณก็บอกแล้วว่าของก็มีเยอะแยะ กินไม่หมดด้วย คงจะไม่แย่งของเราใช่ไหม”
ซูเจายิ้มตาหยี
[ฮ่า ๆ ๆ ขำแทบตาย จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าซูเจาดูน่ารักขึ้นมานิดนึง]
[ด่ากลับได้ดีมาก เจียงเจินน่ารำคาญจริง ๆ หนิงหนิงบอกแล้วว่าไม่กิน เธอยังชวนไม่หยุด น่ารำคาญจริง ๆ]
[อ้างว่าเชิญหนิงหนิงไปกินข้าว แต่จริง ๆ แล้วแค่อยากอวดแบบอ้อม ๆ แถมยังอยากดูชีวิตอันแสนน่าสงสารของหนิงหนิงด้วย น่าเกลียดจริง]
[เจียงเจินคงคิดว่าคนอื่นเป็นคนโง่กันทั้งหมดสินะ ไม่สามารถจับความคิดอวดตัวแบบแอบแฝงของเธอได้]
[ยอมแล้ว เจินเจินแค่อยากเลี้ยงอาหารคนอื่น ไม่ได้มีความคิดอะไรแอบแฝง สิ่งที่เธอพูดมาทั้งหมดล้วนเป็นความจริง อาหารมีมากจริง ๆ กินไม่หมด ผลไม้ก็หายากจริง ๆ คุณเห็นด้วยไหมล่ะ?]
[นี่มันจริง ๆ เลย ความหวังดีกลับถูกตอบแทนด้วยความอกตัญญู พวกคุณจิตใจดำมืดไปหมด มองอ