งร้องด้วยความดีใจ
มีทั้งปลา ผลไม้หลากหลายชนิด และที่น่าประหลาดใจคือ ในนั้นยังมีเหล้าอีกหนึ่งไห
[เหล้า? ฉันเห็นผิดไปรึเปล่า?]
[แม่เจ้า นี่เขามาเอาตัวรอดจริง ๆ เหรอ?]
เจียงฉือซิงถือเหล้าด้วยความรู้สึกงุนงงไปหมด “นี่คุณเอามาจากไหนกัน?”
ขงชิวตอบ “ผมเห็นขวดที่เหลืออยู่ในบ้านหลังนี้ จะทิ้งไว้ก็น่าเสียดาย เลยคิดว่าจะเอามาทำอะไรสักอย่าง คิดไปคิดมา ก็พอจะหมักเหล้าได้ เลยไปหมักไว้น่ะ”
ผู้ชมทั้งหลายยิ่งตกใจกันใหญ่
[หา? ? ? ?]
[นี่มันเหล้าที่เขาทำเองจริง ๆ เหรอ? คุณอย่าโกหกฉันนะ]
[น่าจะเป็นเหล้าที่เขาทำเองนั่นแหละ ไม่งั้นก็ไม่มีช่องทางอื่นที่จะหาเหล้ามาได้]
เจียงฉือซิงอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าอย่างตกใจ “พี่นี่ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นใครกันแน่ แม้แต่การหมักเหล้าก็ยังทำเป็น”
เมื่อเขาพูดออกไปแล้ว ถึงได้รู้ตัวว่าพูดผิดไป จึงถูกเจียงเจินจ้องเขม็งอย่างดุดัน
เจียงเจิน “เยี่ยมเลย!”
เขาเติมเหล้าจนเต็ม วางปลาย่างที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับผลไม้หลากชนิดที่ดูน่ากินมากลงตรงหน้าทุกคน
แม้อาการทุกอย่างจะเรียบง่าย แต่รสชาตินั้นยอดเยี่ยมกว่าที่ทุกคนคาดหวังมาก
ถ้าไม่บอก ใครจะรู้ว่านี่คือในป่าเขาลึก
ทุกคนล้อมวงรับประทานอาหารด้วยกัน อบอวลไปด้วยไอร้อน บรรยากาศช่างอบอุ่นเป็นพิเศษ
[ฉันคิดว่าที่ฝั่งของหนิงหนิงน่าจะถึงขีดสุดแล้ว ไม่คิดว่าจะยังมีที่สูงกว่ากันไปอีก]
[ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ฉันถูกรายการเอาตัวรอดใน