กเหรอคะ?”
ขงชิว “แน่นอนว่าไม่ครับ ผมแค่รู้สึกว่ามันดีมาก”
หนิงหนิง “อย่างนั้นเหรอคะ ฉันนึกว่าคุณจะรู้สึกแปลกใจว่าสำนักเซียนตระกูลจ้าวคืออะไรซะอีก เพราะเมื่อตอนที่คุณตาย สำหรับคนทั่วไปแล้ว สำนักเซียนดูเหมือนจะยังไม่ใช่องค์กรที่เป็นทางการอะไร เรื่องเหนือธรรมชาติก็ไม่ใช่แนวคิดที่แพร่หลายในหมู่มวลชน”
เพิ่งจะในช่วงสิบปีนี้เท่านั้น ที่ผีและปีศาจมีมากเกินไป
สำนักเซียนและหน่วยสืบสวนพิเศษถึงได้เข้าสู่สายตาของคนทั่วไป
ขงชิวรู้สึกสับสนชั่วขณะ เขาอธิบาย “ถ้าผมยังไม่ตาย ผมอาจจะรู้สึกแปลกใจ แต่ผมกลายเป็นผีไปแล้ว การมีสำนักเซียนอยู่ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลนี่ครับ”
เจียงเจินเห็นด้วย “ใช่ ๆ นี่เป็นเรื่องปกติมาก”
หนิงหนิงเห็นทั้งสองคนพูดเล่นกันต่อไปเรื่อย ๆ จึงไม่อยากพูดอะไรแล้ว
ซูเจาพูดอย่างหงุดหงิด “พอได้แล้ว ยังจะไปหาสำนักเซียนอีกเหรอ? ฉันว่าไปหาหน่วยสืบสวนพิเศษดีกว่า”
[เรื่องนี้ฉันเห็นด้วยกับซูเจา ไปหาหน่วยสืบสวนพิเศษดีกว่า]
[หน่วยสืบสวนพิเศษออกตรวจฟรี และก็ไม่ได้แย่กว่าสำนักเซียนนะ]
[ใช่ ๆ ๆ! คราวที่แล้วบ้านฉันมีผีหลอก หน่วยสืบสวนพิเศษมาแล้วใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก็จับผีไปได้ ถ้าเป็นสำนักเซียนฉันคงต้องเสียเงินหลายพันเพื่อซื้อยันต์ไล่ผีแน่ ๆ]
ไม่คิดว่าในคอมเมนต์จะมีคนเห็นด้วยกับการตามหาหน่วยสืบสวนพิเศษมากขนาดนี้
ถ้าพูดถึงก่อนหน้านี้ ประชาชนเลือกหน่วยสืบสวนพิเศษเพียงเพราะผิดหวังกับสำนักเซียน และท