้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องถ่ายแล้ว กลับบ้านกันเถอะ”
แม้แต่พ่อที่ปกติเคร่งขรึมก็ยังพูดปลอบโยนอย่างใจเย็น
“แม่คะ หนูเจ็บมากเลย หนูตกใจแทบตายแล้ว”
“ขอแม่ดูหน่อยซิ ลูกคนนี้ ทำไมต้องฝืนขนาดนี้ด้วย”
เจียงเจินสะอื้นพลางพูดว่า “หนูแค่อยากพิสูจน์ให้พ่อกับแม่เห็นว่า หนูไม่ได้แย่กว่าหนิงหนิง”
“แน่นอนว่าลูกไม่ได้แย่กว่ามันหรอก ลูกเก่งกว่ามันตั้งเยอะ นังนั่นจะมาเทียบกับลูกได้ยังไง!”
“แต่ตอนนี้หนิงหนิงเก่งขึ้นมากเลยนะคะ หนูกลัวว่าพ่อกับแม่จะเสียใจ”
“ฮึ ช่างมันเถอะ ไม่รู้ไปเรียนวิชานอกรีตมาจากที่ไหน ลูกวางใจได้ ไม่ว่ามันจะทำอะไรแผลง ๆ เพื่อทำร้ายลูก ชาตินี้มันก็ไม่มีทางได้ก้าวเข้ามาในตระกูลเจียงอีกแล้ว แม่กับพ่อมีแค่ลูกคนเดียว สิ่งที่มันเป็นหนี้ลูกไว้ก็ยังไม่ได้ชดใช้เลย”
“แม่คะ แม่ใจดีจังเลย”
“ค่ะ ค่ะ ค่ะ ลูกสาวที่รักของแม่ ลำบากมามากเลยนะลูก”
“แล้วพ่อล่ะ จะเอาแต่แม่ ไม่เอาพ่อเลยเหรอ?”
“โอ๊ย พ่อคะ อย่ามาแกล้งหนูเลย”
ทั้งสามคนในครอบครัวกอดกันอย่างมีความสุข
เจียงฉือซิงยืนมองประตูห้องคนไข้ที่ปิดอยู่เป็นเวลานาน แขนของเขาเริ่มปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
“พักผ่อนดี ๆ นะลูก เดี๋ยวพ่อกับแม่จะมาเยี่ยมอีก”
“ค่ะ ๆ ต้องมานะคะ”
หลินจื่ออวิ่นกับเจียงอันไซ่ยิ้มพลางบอกลาเจียงเจิน พอปิดประตูห้องคนไข้ก็เพิ่งเห็นเจียงฉือซิงที่ยืนอยู่ด้านนอก
ราวกับว่าเพิ่งสังเกตเห็นเขาเป็นครั้งแรก
“มายืนทำอะไรตรงนี้ เข้าไปดูแลพี่สาวของลูกสิ” หล