ินจื่ออวิ่นขมวดคิ้ว
เจียงฉือซิงเอียงศีรษะ มองดูพวกเขา
พวกเขาทั้งคู่มีสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับว่าคนที่หัวเราะอย่างมีความสุขในห้องพักผู้ป่วยเมื่อครู่ไม่ใช่พวกเขา
เขายิ้มมุมปาก แล้วพูดอย่างเย็นชา “ทำไมผมต้องไปดูแลเธอด้วย”
จริง ๆ แล้ว เจียงเจินอยากจะนอน เลยไล่เขาออกมา
หลินจื่ออวิ่นรู้สึกไม่พอใจทันที เธอกดเสียงต่ำลง “นี่นายทำท่าอะไรน่ะ?”
แม้จะโกรธแต่ก็ยังรู้จักลดเสียงลง กลัวจะรบกวนเจียงเจิน ช่างเอาใจใส่จริง ๆ
เจียงฉือซิง “พวกคุณก็ไปอยู่เป็นเพื่อนเธอสิ ทำไมต้องให้ผมไปด้วย”
หลินจื่ออวิ่นงุนงง “พวกเราไม่มีเวลาน่ะสิ พ่อกับแม่ยังมีเรื่องต้องไปจัดการ”
เจียงฉือซิงพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “จัดการเรื่องอะไรล่ะ? จะไปถามหาความรับผิดชอบจากทางรายการที่สั่งไว้แล้วแต่ก็ยังดูแลเจียงเจินไม่ดี หรือว่าจะไปกดดันให้ทางรายการจัดการกับหนิงหนิงต่อ?”
เขาเดาออกได้ทันทีว่า การที่กองถ่ายกำหนดเงื่อนไขแบบหละหลวมเช่นนี้ จะต้องเป็นฝีมือของตระกูลเจียงแน่นอน
เพราะพวกเขาจะไม่ยอมให้เจียงเจินต้องทนลำบากแม้แต่นิดเดียว
เจียงอันไซ่โมโหจัด “เจียงฉือซิง! นี่แกจะเอายังไง!”
หลินจื่ออวิ่นรีบดึงตัวเขาไว้ “เบา ๆ หน่อย เดี๋ยวเจินเจินตกใจ”
แม้แต่ในเวลาแบบนี้ สิ่งแรกที่พวกเขานึกถึงก็ยังเป็นเจียงเจินอยู่ดี
“เจินเจิน เจินเจิน ทุกอย่างก็มีแต่เจินเจิน ตั้งแต่มาที่นี่ก็มีแต่เจินเจิน พวกคุณเคยสนใจผมบ้างไหม?”
หลินจื่ออวิ่น “พูดอะไรของลูก ลูกก