เทียบกับเขา ทั้งสองคนไม่หน้าแดงและหายใจไม่หอบเลย ดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ
แม้จะสวมกระโปรงเดินในป่า พวกเธอก็เดินได้ราวกับเดินบนพื้นราบ ดูสบาย ๆ มากกว่าเขาเสียอีก
หนิงเหนียน : …
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ หนิงเหนียนเพิ่งจะรู้ตัวเหรอ]
[ฉันรู้สึกชาไปหมดแล้ว ฉันคิดว่านิงหนิงกับซูเจาจะหยุดพักหลังจากเดินไปสักพัก แต่พวกเขากลับเดินมาจนถึงตอนนี้ ยิ่งเดินนานเท่าไหร่ พวกเธอก็ดูยิ่งไม่เหนื่อย พวกเธอเป็นมนุษย์จริง ๆ เหรอเนี่ย]
[หนิงหนิงพอเข้าใจได้ แต่ทำไมซูเจาถึงเป็นแบบนี้ด้วย เธอไม่ได้กินข้าวไม่ใช่เหรอ?]
[คงจะพักผ่อนเพียงพอแล้วล่ะ]
[ดาราหญิงนี่น่ากลัวจริง ๆ]
…
เห็นเขาหยุดลง หนิงหนิงจึงถาม “เป็นอะไรไป?”
หนิงเหนียนส่ายหัว “ไม่เป็นไร”
ซูเจาเหลือบมองเขาแล้วหัวเราะพร้อมเอ่ยแซว “ยังหนุ่มอยู่แท้ๆ ทำไมถึงมีแรงน้อยขนาดนี้ล่ะ”
หนิงเหนียน : …
ถ้าเขาแรงน้อย ก็ไม่มีใครมีแรงมากแล้ว
ในเมื่อผู้หญิงสองคนไม่มีปัญหา หนิงเหนียนก็ยิ่งไม่กล้าบอกว่าตัวเองเหนื่อย เขาจึงเดินตามไป
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขารู้สึกว่า ทั้งหนิงหนิงและซูเจาดูอารมณ์ดีขึ้น
อาจเป็นเพราะท้องฟ้ามืดลงแล้วหรือเปล่า?
หนิงเหนียนรู้ดีว่าหนิงหนิงไม่ชอบกลางวัน
ส่วนซูเจา คงเป็นเพราะเธอเป็นดาราสาว เลยไม่ชอบโดนแดดล่ะมั้ง
ทั้งสามคนเดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ เดินกันมานานแล้ว แต่ก็ยังหาสถานที่ที่เหมาะสมไม่เจอ
ในขณะที่อีกมุมหนึ่งของป่า อีกกลุ่มหนึ่งรับประทานอาหารเย็นเสร็จ