ัดเจนเกินไปว่าเธอกำลังพูดเป็นนัยถึงใคร
ผู้ชมไม่จำเป็นต้องเดาเลยว่า เหลียงชิงฮวนกำลังพูดเหน็บใคร
[อึดอัดจังเลย นิ้วเท้าขดจนจะทำเป็นปราสาทได้แล้ว]
[ฉันนี่ทึ่งจริง ๆ กับคนบางคนที่ไม่รู้อะไรเลย แต่กลับกล้าพูดจาว่าร้ายคนอื่นลับหลังอย่างไม่อายเชียว]
[แบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับการด่าคนลับหลังเลย]
[จะโทษชิงฮวนได้ไง ในเมื่อหนิงหนิงและพวกก็…]
[ชิงฮวนของพวกเราก็แค่ตรงไปตรงมา กล้าพูดในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าพูด ฉันไม่เชื่อหรอกว่าตอนที่หนิงหนิงหาแหล่งน้ำได้ พวกคุณไม่ได้คิดแบบนี้]
[เลิกมาสั่งสอนคนอื่นด้วยมุมมองเทพเจ้าได้แล้ว น่ารำคาญจะตาย]
[ที่หนิงหนิงหาแหล่งน้ำเจอ ก็เป็นแค่เรื่องโชคดีล้วน ๆ]
[หนิงหนิงเคยบอกคุณเหรอว่าเธอหาแหล่งน้ำเจอเพราะโชคดี?]
[ขอร้องล่ะ ขอให้ฉันมีโชคดีเหมือนหนิงหนิงบ้างเถอะ!]
…
พอเหลียงชิงฮวนพูดจบ เจียงเจินก็ส่ายหน้า “นิสัยคนเราไม่เหมือนกันนี่นา บางคนก็ไม่ชอบเตรียมตัวล่วงหน้า อาจจะเป็นเพราะพวกเขามั่นใจก็ได้”
เหลียงชิงฮวนเบ้ปาก แสดงท่าทีดูถูก
เจียงฉือซิงฟังจนทนไม่ไหว “จะไปได้หรือยัง?”
เจียงเจินและเหลียงชิงฮวนพูดคุยด้วยท่าทีตื่นเต้นยิ่งขึ้น ในขณะที่ทั้งสามคนเดินไปยังแหล่งน้ำ ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งดีใจมากขึ้น
เพราะพวกเขาทั้งสองคนไม่ได้สังเกตเห็นคนทั้งสามที่อยู่ริมแม่น้ำในทันที
เมื่อพวกเขาแหวกกิ่งไม้ออก สิ่งแรกที่เห็นคือซูเจาที่กำลังมองมาทางพวกเขา
เหลียงชิงฮวนกำลังจะพูดคำว่า ‘กลุ่มเราเป็