นต์”
หนิงเหนียน : …
เขาหันไปถามเฉินเอ๋อร์ “คุณมาที่นี่เพื่อเรื่องนี้?”
เฉินเอ๋อร์ยิ้มน้อย ๆ “แล้วจะเป็นอย่างอื่นได้ยังไงล่ะครับ?”
หนิงเหนียนหน้าแดงก่ำ
หนิงหนิงเซ็นชื่อพลางพูดว่า “ตอนแรกฉันคิดว่านายจะไป”
“ฉันไม่ไป เพราะว่า…” หนิงเหนียนพูดไม่ออก
หนิงหนิงพูดว่า “ลู่จีอันให้ฉันดูสวัสดิการพนักงานของบริษัทแล้ว ค่อนข้างดีเลยนะ แต่ถ้านายไม่ชอบ ก็ช่างมันเถอะ”
“ใครบอกว่าฉันไม่ไป!” หนิงเหนียนลุกพรวดขึ้นยืน
หนิงหนิง : ?
“ฉันไปได้เลยตอนนี้ แล้วจะเซ็นสัญญาได้เมื่อไหร่ล่ะ?” หนิงเหนียนถามเฉินเอ๋อร์
เฉินเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ยินดีต้อนรับตลอดเวลาครับ”
หลังจากนัดเวลาคุยเรื่องสัญญากับหนิงเหนียนแล้ว เฉินเอ๋อร์ถึงได้จากไป
หนิงหนิงมองดูหนิงเหนียน เขาจ้องมองแผ่นหลังของเฉินเอ๋อร์ ขมวดคิ้วลึก ราวกับว่าเขาเป็นหนี้เขาแปดล้านหยวนอย่างไรอย่างนั้น
หนิงหนิงสงสัย “ทำไมจู่ ๆ ถึงตัดสินใจเซ็นสัญญาล่ะ?”
หนิงเหนียนคลายคิ้วที่ขมวดอยู่ “ต่อไปฉันจะทำงานให้เธอเอง”
หนิงหนิงนึกถึงสุภาษิตที่ว่า น้ำมันหมูไม่ควรไหลออกนอกครัว (หมายถึงผลประโยชน์ควรอยู่ในครอบครัว)
หนิงหนิง “ไม่ต้องกังวลไปหรอก ลู่จีอันเป็นเจ้านายที่ดี”
มุมปากของหนิงเหนียนที่เพิ่งยกยิ้มก็หุบลงทันที “งั้นจะไปไหม?” เขาถามอย่างไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วม
หนิงหนิงมองไปที่เจียงเอี้ยนจือที่ยังอยู่ในห้องแล้วพูดว่า “นายออกไปรอฉันข้างนอกก่อนนะ”
หนิงเหนียนเห็นเจียงเอี้ยนจือที่เงีย