“…..”
ผมกะพริบตา แล้ววาทยกรก็หายไป
สิ่งที่ผมเห็นมีเพียงเงาสะท้อนของตัวเองในขณะที่โลกรอบกายแปรเป็นเงียบสนิท และเสียงอ้อยอิ่งของตัวโน้ตที่ผมเพิ่งเล่นไปยังคงเลื่อนลอยอยู่ในอากาศ
ผมไม่ได้กังวลว่าเจ้าภาพจะฆ่าผมทิ้งตรงนั้นเหมือนกับที่เขาเชือดผู้หญิงชุดแดง
ความอยากรู้อยากเห็นของเขาไม่ยอมให้ทำแบบนั้นหรอก
[คุณจะเริ่มเมื่อไหร่ก็ได้ครับ หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ผมผิดหวังนะ]
รอยยิ้มคลี่ตัวออกมาเงียบ ๆ เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าภาพ
ผมไม่ได้กังวลเรื่องการทำให้เขาผิดหวัง
นั่นเป็นเรื่องที่ผมกังวลน้อยสุดด้วยซ้ำ เพราะผมรู้ดีว่าทันทีที่ผมเริ่มเล่น เขาจะปรากฏตัวออกมา
เขาคือความกังวลของผม
‘เหลือเวลาอีกแค่วันเดียวเราก็จะได้เจอกันแล้ว แต่ฉันว่าถ้าเราได้เจอกันเร็วขึ้นอีกสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร’
แต๊ง—
ผมกดคีย์เปียโนอีกครั้ง
คราวนี้เสียงโน้ตดังกังวานกว่าครั้งก่อน ลอยเอ้อระเหยอยู่กลางอากาศนานกว่าเดิม
ผมไม่ใช่พวกมือใหม่หัดเล่นเปียโน
ไม่ถึงขั้นเชี่ยวชาญ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นย่ำแย่
มันเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่ผมถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก ภูมิหลังแบบนี้นี่แหละที่ช่วยให้ผมผ่านพ้นฉากแรกสุดมาได้
ไม่อย่างนั้นหัวผมจะจำโน้ตเพลงได้ยังไงล่ะ?
มันเคยช่วยชีวิตของผมไว้ในตอนนั้น…
…และมันกำลังจะช่วยผมต่อสู้