ก็พูดขึ้นว่า “พี่ครับ ถ้าพี่จะจากไป ก็ต้องทิ้งอะไรไว้ให้พวกเราระลึกถึงบ้างสิ เขียนพินัยกรรมไว้สักฉบับดีไหม”
เจียงเอี้ยนจือ “พวกนายต้องการอะไรกันแน่?”
คนทั้งสามที่อยู่ข้าง ๆ สบตากัน
เจียงเส่าพูดว่า “ก็แค่มีเรื่องอยากให้พี่ช่วยหน่อยน่ะ”
เมื่อได้ยินเขาเรียกพี่ ๆ เจียงเอี้ยนจือรู้สึกขยะแขยง
เขาเอ่ยอย่างเยาะเย้ย “คนไร้ค่าอย่างฉัน จะช่วยอะไรนายได้?”
เจียงเส่าพูดว่า “เพราะพี่เป็นคนพิการ ถึงได้ช่วยได้นี่แหละ”
เขาเอามือเท้าคาง ยิ้มกว้างอย่างร่าเริง
“รบกวนพี่ช่วยเขียนไว้ในจดหมายลาตายด้วยว่า ขาของพี่หักเพราะโดนหนิงเหนียนชน”
ผู้ชมที่หน้าจอต่างสูดหายใจเฮือก
[โอ้โห นี่มันการใส่ร้ายนี่!]
[โอ้โห เล่นเก่งจริง ๆ ไม่แปลกใจเลยที่พยายามจะบีบให้เจียงเอี้ยนจือตาย]
[นั่นก็หมายความว่า เรื่องที่เจียงเอี้ยนจือออกจากทีมไม่เกี่ยวกับหนิงเหนียน แต่มีคนอื่นอยู่เบื้องหลังใช่ไหม?]
[ก็บอกพวกคุณไปตั้งนานแล้วไง ถ้าหนิงเหนียนมีความสามารถขนาดนั้น เขาจะยอมให้เมิ่งจินรังแกเหรอ?]
[ไม่รู้ทำไมบางคนถึงคิดไม่ตก น่าหงุดหงิดจริง ๆ]
[แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่า คนที่อยู่เบื้องหลังนั้น จะต้องเป็นมนุษย์แน่ ๆ ล่ะ?]
[บีบให้เจียงเอี้ยนจือฆ่าตัวตายเพื่อกำจัดหลักฐาน พร้อมทั้งปลอมจดหมายลาตายที่เจียงเอี้ยนจือทิ้งไว้ แล้วก็จัดการหนิงเหนียน เป็นแผนร้ายที่แยบยลจริง ๆ]
[น่ารังเกียจชะมัด ช่างโหดร้ายจริง ๆ อย่าให้รู้นะว่าใครเป็นคนทำ]
[ใครกันนะที่โหดร