จะทนนิสัยแย่ ๆ ของเขาได้]
เจียงเส่าทำหน้าบึ้ง
“พี่ครับ แม่เจตนาดีตักอาหารให้ พี่ไม่กินก็เรื่องของพี่ แต่ไม่น่าทำกับแม่แบบนี้นะ”
เจียงเอี้ยนจือมองดูใบหน้าที่กำลังตำหนิเขาอยู่นั้น แทบจะหลงเชื่อว่าเขาเป็นลูกชายที่กตัญญูจริง ๆ ส่วนเขากำลังเป็นคนที่งอแงไร้เหตุผล
ถ้าคนคนนี้ได้เข้าวงการบันเทิง คงจะเป็นนักแสดงที่เก่งคนหนึ่งเลยทีเดียว
[โอ้โห น้องชายช่างเข้าใจจริง ๆ สมแล้วที่เป็นน้องชายที่น่ารักคนเดิม]
[ใช่แล้ว แต่งตัวแบบนี้ มันดูเหมือนวัยรุ่นกบฏจริง ๆ ตอนแรกฉันถึงจำไม่ได้ด้วยซ้ำ]
[ตอนนั้นฉันยังหวังว่าน้องชายจะได้เดบิวท์เลย แต่ตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้แล้ว]
[ฉันก็ชอบเหมือนกัน น้องชายก็เยี่ยมไปอีกแบบนะ!]
…
ไป๋ฮวนทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว เจียงเอี้ยนจือในตอนนี้ไม่เหมือนกับที่พวกเขาจินตนาการเอาไว้
พวกเขาสามารถทิ้งเขาได้ทันที แล้วหันไปชื่นชมคนอื่นแทน
คาดว่านอกจากพวกที่เป็นกองเชียร์จริง ๆ แล้ว ตอนนี้พวกเขาคงไม่อยากจะด่าหนิงเหนียนอีกต่อไป
ในคอมเมนต์ที่ไหลมาต่างพากันชื่นชมเจียงเส่า
ทางด้านนี้ เจียงเส่ายังคงพูดต่อไป
เขามองไปที่เจียงเอี้ยนจือขณะที่เจียงเอี้ยนจือยังคงไม่พูดอะไรสักคำ
เจียงเส่ายิ้มเล็กน้อย แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงพูด “ถ้าไม่กินมื้อนี้ ต่อไปก็จะไม่มีโอกาสได้กินอีกแล้วนะ”
ข้อความชมเชยที่เต็มหน้าจอพากันชะงักงันไปชั่วขณะ
[???]
[เขาพูดว่าอะไรนะ? ต่อไปจะไม่มีโอกาสได้กินอีก? หมายความว่ายังไง?]
[ทำไมฟังดูเหมือ