ตัวออกมาพึ่งพาตนเองให้เร็วที่สุด ไม่อยากมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับพวกเขาอีก
ไม่คิดว่าเจียงเส่าจะหน้าด้านขนาดนี้ ยังจะมาติดสอยห้อยตามอีก
วีซีอาร์ตอนนั้นทำให้เจียงเส่ามีแฟนคลับที่เป็นคุณแม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว
เจียงเอี้ยนจือพูดกับเจียงเส่าในภายหลังว่า ถ้าเขาอยากเดบิวต์ ก็บอกทุกคนไปเลยว่าตัวตนที่แท้จริงของเจียงเส่าเป็นยังไงกันแน่
เจียงเอี้ยนจือยังจำได้ถึงความบ้าคลั่งของเจียงเส่าในโทรศัพท์ เขารู้สึกสะใจมาก
หลังจากนั้น เจียงเส่าก็เงียบหายไป
ชาตินี้เจียงเส่าคงหมดโอกาสได้เดบิวต์แล้วล่ะ เมื่อก่อนมีเขาคอยขวางทาง ตอนนี้มีตระกูลจี๋คอยควบคุม
เจียงเอี้ยนจือหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
“นายคงไม่มีวันได้เดบิวต์ไปชั่วชีวิต”
คำพูดนั้นเหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ เจียงเส่าเตะใส่อีกฝ่ายอย่างรุนแรง
“ฉันไม่ได้เดบิวต์ ก็ยังดีกว่าคนพิการที่เดินไม่ได้นะ”
เมื่อเห็นเจียงเอี้ยนจือแสดงสีหน้าโกรธเคือง เจียงเส่าก็รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง
“เจียงเอี้ยนจือ ชาตินี้นายไม่มีทางได้กลับไปยืนบนเวทีอีกแล้ว”
เจียงเอี้ยนจือหันขวับมามองเขาด้วยสายตาดุดัน
เจียงเส่าพูดว่า “ชาตินี้นายได้แต่อยู่ที่นี่ อยู่ในมุมมืดที่ไม่มีใครเห็น สักวันทุกคนจะลืมนาย ชีวิตของนายพังยับเยินไปแล้ว และนายก็ทำอะไรไม่ได้เลย”
เจียงเส่ายักไหล่
“ตระกูลจี๋แค่ไม่ให้ฉันเดบิวต์เท่านั้น แต่นายโดนทำร้ายจนขาหัก คงเต้นไม่ได้อีกแล้ว”
เจียงเส่าหัวเราะเยาะ “นอกจากโดนทำร้ายจนข