้ยนจือหรือไง?”
คนที่กำลังทำร้ายเริ่มหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ต่อไปอย่าได้พูดถึงเจียงเอี้ยนจือต่อหน้าฉันอีก ได้ยินหนึ่งครั้งฉันจะต่อยนายหนึ่งที” เจียงเส่าพูดอย่างดุดัน
“ขอโทษครับ ผมจะเลิกเป็นแฟนคลับเดี๋ยวนี้ ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ” เด็กชายที่ถูกรังแกอ้อนวอน
คนข้าง ๆ ส่งเสียงโห่ร้อง
“สายตาแกมันบอดหรือไง กับคนอย่างเจียงเอี้ยนจือนั่นน่ะ”
“ถ้าแกชอบเจียงเอี้ยนจือนัก แกก็ไปออดิชันเองสิ บางทีอาจจะดังยิ่งกว่าเจียงเอี้ยนจืออีก”
“เหอะ ดูหน้าหมู ๆ ของมันสิ”
เสียงหัวเราะดังขึ้น
ไป๋ฮวนโกรธจนตัวสั่น ตอนนี้เธอพอจะเข้าใจแล้ว
พวกเขากลั่นแกล้งคนอื่นเพียงเพราะเหตุผลว่า อีกฝ่ายเป็นแฟนคลับของเจียงเอี้ยนจือ
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นอย่างน่ารำคาญ
“ไปไกล ๆ เลย ถ้าจะดังก็ต้องเป็นพี่เส่าของพวกเราสิ พี่เส่าของพวกเรามีแฟนคลับที่เป็นคุณแม่กับพี่สาวเยอะมากนะ”
มีคนพูดล้อเลียน ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักอีกครั้ง
ทันใดนั้น เสียง ‘ตุบ’ ก็ดังขึ้น ทุกเสียงเงียบสงบลงทันที
ปัง ปัง ปัง ครั้งนี้เสียงการทุบตีดังหนักกว่าทุกครั้ง
“เอาล่ะ ๆ พี่เส่า อย่าไปสนใจไอ้เปียวเลย มันแค่ปากไม่ดีเท่านั้นแหละ”
“ใช่ ๆ ไอ้นี่คณิตศาสตร์ก็ได้ศูนย์ตลอด มันก็แค่คนโง่คนหนึ่ง”
…
นี่พวกเดียวกันทะเลาะกันเองเหรอ?
ไป๋ฮวนรู้สึกงุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า
เจียงเส่าทำไมจู่ ๆ ถึงได้ต่อยคนของตัวเอง นิสัยแบบนี้ช่างเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยจริง ๆ
ไม่ได้ยินเสียงทุบตีแล้ว