ตุผลหรืออารมณ์ สิ่งมีชีวิตอย่างผีตายโหงก็ไม่สามารถปล่อยไว้ได้ และมันก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน”
เขาลุกขึ้นยืน
ชายหนุ่มและหญิงสาวต่างดีใจจนเกือบคลั่ง
“แต่ไม่รับรองว่าจะสำเร็จนะ พวกคุณอย่าเพิ่งดีใจมากเกินไป”
ชายหนุ่มพยายามข่มความดีใจเอาไว้ “ขอบคุณครับ พวกเราจะรออยู่ที่นี่”
จ้าวซือจินเปิดประตูไม้แกะสลักแล้วออกจากห้องรับแขก
เขาเดินผ่านระเบียงยาว ๆ เลี้ยวอ้อมภูเขาจำลองไป
ที่สุดปลายระเบียงมีห้องบูชาบรรพบุรุษอยู่หนึ่งห้อง
จ้าวซือจินผลักประตูเข้าไป
บนผนังตรงกลางห้องมีภาพวาดยมทูตประดับอยู่ ส่วนบนโต๊ะด้านหน้ามีธูปเทียนวางบูชาอยู่ ภาพวาดของยมทูตทั้งสิบถูกวาดไว้บนผนังทั้งสี่ด้าน
ยมทูตแต่ละองค์มีลักษณะแตกต่างกัน ลืมตาบ้าง หลับตาบ้าง
พวกเขากำลังจ้องมองทุกคนที่ก้าวเข้ามาในห้องนี้
บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน
จ้าวซือจินเดินเข้าไปข้างใน
เขาจุดธูปเทียนใหม่หน้าแท่นบูชาแล้วทำการสักการะ จานใส่ชาดตั้งอยู่บนโต๊ะ เขาหยิบมันขึ้นมาแล้วคุกเข่าลงบนเบาะรองนั่ง
จากนั้นก็จุดกระดาษเงินกระดาษทอง
เขาจุ่มนิ้วลงในชาด พลางเผากระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมกับลงมือวาดยันต์บนพื้น
วาดยันต์เสร็จแล้ว
ไม่ได้วาดมานานแล้วรู้สึกไม่ค่อยชำนาญ จ้าวซือจินพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด
กลไกนี้มองโดยรวมแล้วดูเหมือนตัวอักษรภาพคำว่า ‘ประตู’ ที่ขยายใหญ่ขึ้น
เมื่อก่อนผู้พิทักษ์วิญญาณทุกคนล้วนวาดได้ มันใช้สำหรับเรียกประตูสู่ยมโลก
ยังขาดอีกหนึ