ยู่สักพักแต่หญิงสาวก็ยังไม่กลับมา
มีบางคนเดินโซเซไปที่ประตูเพื่อจะเปิด แต่ผลปรากฏว่าประตูเปิดไม่ออกเลย
เสียงบ่นว่า เสียงกล่าวโทษกันไปมา และเสียงร้องไห้สะอื้นดังแว่วมา
หนิงหนิงรู้สึกปวดหัวเพราะเสียงอึกทึกนั่น
จึงพูดขึ้นมาว่า “นี่คือภาพมายา พวกคุณออกไปไม่ได้หรอก”
จี๋เซาโมโห “ทำไมถึงไม่บอกฉันก่อนล่ะ!”
หนิงหนิงตอบกลับมา “คุณเองไม่ใช่เหรอที่อยากเข้ามา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย?”
จี๋เซาพูดไม่ออก
ก็จริงอยู่ ที่เธออยากจะเข้ามาเอง
แต่เธอมาด้วยอารมณ์ที่อยากจะมาดูหนิงหนิงขายหน้าน่ะสิ
ใครจะไปรู้ว่าที่นี่จะมีวิญญาณผีตายโหงอยู่จริง ๆ
เรื่องตลกก็ไม่ได้เห็น กลับกลายเป็นว่าตัวเองต้องมาตกอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชเสียเอง
มองดูหนิงหนิงอีกครั้ง เธอในชุดเดรสสีดำไร้ฝุ่นละอองแม้แต่น้อย ทับทิมที่ข้อมือของเธอเปล่งประกายวิบวับในแสงไฟ ยิ่งขับให้เธอดูสง่างามเจิดจ้า
แม้แต่จี๋หยวนชิงยังมีริมฝีปากเป็นสีม่วงแต่เธอกลับไม่เป็นอะไรเลย แถมยังสามารถปกป้องหนิงเหนียนได้อีกด้วย
สัญชาตญาณของจี๋เซาบอกเธอว่าอย่าไปหาเรื่องหนิงหนิง
จี๋เซาหันไปบ่นเจียงเจิน “เป็นเพราะเธอทั้งนั้น! เธอเป็นคนอยากมา ฉันถึงได้ตามมาด้วย”
เจียงเจินก็รู้สึกน้อยใจ “ก็เธอเป็นคนถามฉันก่อนไม่ใช่เหรอ เธอเองก็อยากมาดูเหมือนกันนี่”
จี๋เซาเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่ได้ “ฉันไม่สนหรอก พวกเรามางานเลี้ยงฉลองของเธอนะ แต่ดันมาเจอเรื่องบ้านี่”
คนอื่น ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดที่ตั้งใ