าก็กรูกันเข้ามารั้งตัวเจียงฉือซิงไว้
“ช่างมันเถอะ ๆ วันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองของเจินเจินนะ”
“ใช่แล้ว เธอจะพูดจาเหลวไหลก็ปล่อยเธอพูดไปสิ ไม่สนใจเธอก็จบแล้ว”
“ถ้าคุณโกรธเธอก็เท่ากับว่าคุณติดกับดักเธอแล้วนะ” เจียงฉือซิงที่กำลังโมโหอยู่ จู่ ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นภาพผีเสื้อที่หนิงเหนียนวางไว้บนโต๊ะกาแฟ
เขาก้มลงมองหยกสีเขียวที่อกของตัวเอง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เขามองไปที่ข้าง ๆ ตัวหนิงหนิงอีกครั้ง ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นเลย
เจียงฉือซิงหัวเราะออกมาทันที
เขาเพิ่งจะหลงเชื่อการแกล้งหลอกผีของหนิงหนิง
เขาโบกมือไปมา “ขอบคุณทุกคนครับ ผมไม่เป็นไรแล้ว”
เจียงฉือซิงหยิบรูปภาพผีเสื้อขึ้นมา “นี่น่ะเหรอ ที่เธอบอกว่าเป็นของที่ผีผู้หญิงให้เธอช่วยแขวนกลับไปที่เดิม?”
หนิงหนิงหรี่ตามอง “อย่าแตะต้องมันนะ!”
เมื่อเห็นหนิงหนิงไม่พอใจ เจียงฉือซิงกลับรู้สึกสนุกขึ้นมาทันที “อยากจะแขวนกลับไปเหรอ ฉันบอกแล้วไงว่าต้องได้รับอนุญาตจากฉันก่อน”
“ทำไมต้องได้รับอนุญาตจากคุณด้วย?”
ใบหน้าของเจียงฉือซิงปรากฏรอยยิ้มล้อเลียน “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ เธอก็ลองมาถามฉันเองสิ~”
พูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นทันทีแล้วขว้างภาพวาดลงพื้นอย่างแรง
หนิงเหนียนพุ่งตัวออกไปตามสัญชาตญาณ
ภาพที่จินตนาการไว้ว่ากรอบรูปจะตกลงพื้น และกระจกแตกกระจายไม่ได้เกิดขึ้น กรอบรูปหยุดนิ่งกลางอากาศขณะที่ร่วงลงมาได้ครึ่งทาง
มันหยุดนิ่งตรงหน้าของหนิงหนิง ลอยค้างอยู่กลางอากาศอย่างนั