ตุการณ์ทั้งหมด…คนสองคนที่ปากหนักและไม่ยอมพูดกันนี่ ทำคนอื่นอึดอัดจะตายอยู่แล้ว
หนิงหนิงเหลือบมองหนิงเหนียนจากเหนือพัดของเธอ “โกรธอยู่เหรอ?”
หนิงเหนียนหันหน้าหนีแกล้งทำเป็นไม่สนใจเธอ
หนิงหนิงมองแขนที่ห้อยอยู่ของเขา “เมื่อตอนกลางวันไม่ใช่บอกว่าไม่เป็นอะไรเหรอ?”
หนิงเหนียน “ตอนเที่ยง เธอเห็นด้วยเหรอ?”
หนิงหนิงพยักหน้า “อืม ความเร็วในการหั่นผักของนายช้ากว่าปกติ แถมมันฝรั่งที่หั่นก็หนากว่าที่เคยด้วย”
หนิงเหนียน ??
สุดท้ายก็ยังกินอยู่ดี
หนิงเหนียนอดไม่ได้ที่จะถามออกมา “แล้วเธอ…ไม่มีอะไรจะพูดหน่อยเหรอ?”
หนิงหนิงถามอย่างแปลกใจ “ฉันจะพูดอะไรล่ะ? การตัดสินใจที่จะซ้อมเต้นทั้ง ๆ ที่บาดเจ็บเป็นการตัดสินใจของนายเอง ไม่ใช่ฉันที่บังคับ ผลที่ตามมานายก็ต้องรับผิดชอบเอง ตอนนี้นายมาโกรธฉัน ซึ่งจริง ๆ แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายโกรธเรื่องอะไร”
เธอพูดประโยคนั้นออกมาโดยไม่มีน้ำเสียงใด ๆ เธอพูดจาแบบนี้มาตลอด ราบเรียบตรงไปตรงมาแทบไม่มีความรู้สึกขึ้นลง
หนิงเหนียนคิดว่าตัวเองชินแล้ว แต่ตอนนี้เพิ่งจะมารู้ตัวว่าไม่เลยสักนิด
คำพูดเมื่อกี้ที่ได้ยิน มันช่างบาดหูเหลือเกิน บาดลึกจนใจของเขาเจ็บปวด
เขาก้มหน้าลง
จ้องมองหนิงหนิง เธอมองเขาอย่างเรียบเฉย สีหน้ายังคงเย็นชาเหมือนเช่นเคย ในห้องรับแขกมีคนเยอะมาก เสียงดังวุ่นวายไปหมด
ทีมงานรายการตั้งใจจะให้ผู้ชมในห้องไลฟ์ได้ยินบทสนทนาของแขกรับเชิญทุกคนชัดเจน
พวกเขาจึงตั้งกล้อ