บบนี้ที่แท้ก็รู้ตัวนี่นา “แล้วทำไมคุณไม่ปลอบใจเขาหน่อยล่ะ?”
เขาได้รับบาดเจ็บที่แขน ในฐานะที่เป็นพี่สาวก็ควรจะแสดงความห่วงใยสักหน่อยสิ
ดูน่าสงสารจัง
นาน่ายืนอยู่ที่บันไดชั้นสามและได้กลิ่นอาหารลอยขึ้นมาจากชั้นล่างทุกวัน
เธอรู้ดี หนิงเหนียนทำอาหารให้หนิงหนิงทุกวัน
“การปลอบใจไม่ได้ช่วยอะไร ทำอะไรเป็นรูปธรรมจะดีกว่า อย่างเช่นคุณไงล่ะ”
นาน่า…
เธอเข้าใจแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่อยู่ ๆ ถึงได้ชวนเธอมาเป็นพี่เลี้ยง ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง
แต่ดูท่าทางของหนิงเหนียนแล้ว ชัดเจนว่าไม่ได้มีแค่เรื่องที่แขนบาดเจ็บแน่ ๆ
เรื่องนี้ดูจะซับซ้อนอยู่พอสมควร ความเจ็บปวด ความโกรธที่ถูกทอดทิ้ง ความน้อยใจและความริษยา มันเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน
ผีมีความสามารถในการรับรู้ถึงอารมณ์ด้านลบของมนุษย์ได้ในระดับหนึ่ง
ไม่อย่างนั้น ทำไมถึงมักจะพูดกันว่าผีมักจะหาคนที่มีจิตใจไม่ดีได้ง่าย
แต่การปลอบใจกับการลงมือทำจริง ๆ ก็ไม่ได้ขัดแย้งกันนี่
ชั้นสอง ฉีอันนำอาหารที่ซื้อมาเก็บเข้าตู้เย็น
หนิงเหนียนเข้าห้องไปแล้ว
เขายังไม่ได้กินมื้อเย็น
ฉีอันเคาะประตูห้อง แต่ไม่มีเสียงตอบรับ
“ฉันเก็บกับข้าวเข้าตู้เย็นแล้วนะ ส่วนข้าวกล่องฉันวางไว้บนโต๊ะ นายออกมาเก็บเข้าตู้เย็นแล้วค่อยอุ่นกินนะ” ยังคงไม่มีเสียงตอบรับ
“ฉันไปก่อนนะ อย่าลืมกินข้าวด้วย”
ฉีอันส่ายหน้า
เขาเดินลงบันได บอกหนิงหนิงสั้น ๆ ว่าจะกลับแล้ว
“แล้วหนิงเหนียนล่ะ?” หนิงหนิงถาม
ฉีอันบ่นพ