คุณแต่ละคนพูดมาตั้งมากมาย ก็ยังไม่มีใครบอกฉันเลยว่าพวกคุณเป็นใครกันแน่? หรือว่าจริง ๆ แล้วพวกคุณทุกคนเก่งกาจมาก เคยมีสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ หรือทำคุณประโยชน์ใหญ่หลวงให้กับประเทศชาติ มีบันทึกเรื่องราวของพวกคุณอยู่ในหนังสือ ถ้าเป็นอย่างนั้นการที่ฉันจำพวกคุณไม่ได้ก็เพราะฉันอ่านหนังสือไม่ละเอียด นั่นก็ถือเป็นความผิดร้ายแรงจริง ๆ มีใครพอจะแนะนำตัวให้ฉันรู้จักหน่อยได้ไหม?”
พวกลูกคนรวยทั้งหลาย…
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั่งเล่น
เสียงของหนิงหนิงไม่ดัง แต่น่าแปลกที่ทุกคนกลับได้ยิน
รวมถึงในครัวที่กำลังวุ่นวาย เสียงต่าง ๆ ก็ยังเบาลง
จินซุ่ยรู้สึกว่าฉากนี้เธอเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ วันนี้เสียงหัวเราะแรกของฉันขอมอบให้หนิงหนิงเลย!]
[ฉันเป็นเสียงที่สอง ครั้งล่าสุดคือตอนที่คุณตำรวจเปิดประตูเข้ามาพอดีฮ่า ๆ ๆ ๆ!]
[จะให้แนะนำอะไรกัน นี่กำลังทำให้เธอลำบากใจนะ!]
[ยังไม่ยอมกินผลไม้ในร้านผลไม้อีก ช่างเรื่องมากจริง ๆ]
หนิงหนิงกวาดตามองทุกคนอย่างเงียบ ๆ
“ทำไมไม่มีใครพูดอะไรเลย พวกคุณมีตั้งหลายคน แต่ไม่มีใครสักคนเลยเหรอ?”
[คำว่าไม่มีเลยสักคนนี่ ไม่ได้มีความหมายอื่นแอบแฝงใช่ไหม?]
[ฮ่า ๆ ๆ ตลกจะตาย หนิงหนิงนี่เก่งเรื่องประชดประชันจริง ๆ]
[ตอนนี้รู้สึกอึดอัดแล้วสินะ เมื่อกี้ยังแซวล้อหนิงหนิงอยู่เลย ลูกคนรวยอะไรกัน รวยขนาดนั้นยังไม่รู้จักเขียนคำว่ามารยาทเลย]
[จะวางมาดอะไรนักหนา สมน้ำหน้า]
จี๋เสี่ยวเ