สี่ยวก้มหน้าลง พยายามเอามือปิดปากแน่น
เธอกลัวว่าตัวเองจะหลุดขำออกมาจริง ๆ
จินซุ่ยขำแทบตาย เธอกล้ารับรองได้เลยว่าคำพูดของหนิงหนิงไม่มีเจตนาประชดประชันแม้แต่น้อย เธอแค่ถามจริง ๆ
หนิงหนิงดูผิดหวัง “ทำไมไม่มีใครบอกล่ะ? ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปตรวจสอบด้วยตัวเอง”
เธอถือสตรอว์เบอร์รี่เดินจากไป
กลุ่มคนที่อยู่ชั้นล่างต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กอย่างเงียบกริบ
จี๋เสี่ยวเสี่ยวหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจ
สะใจชะมัด สะใจฉันจริง ๆ
หนิงหนิงเพิ่งผลักประตูเปิด วาเซียก็โผล่หน้าออกมามองที่บันได
“ทำไมวันนี้เธอถึงลงมาล่ะ?”
ไม่ใช่ว่าอยู่แต่บนชั้นบนตลอดหรอกเหรอ นึกว่ามันกลัวจนไม่กล้าลงมาเสียอีก
ผีตนนั้นยืนอยู่ที่บันไดนิ่งไม่ขยับ จ้องมองลงมาด้านล่าง เลือดบนตัวยังคงหยดลงมาไม่หยุด
หนิงหนิงมองตามไป “โกรธแล้วสิ”
หลังจากที่เธอกับวาเซียย้ายเข้ามาอยู่ห้องชั้นสอง ผีตนนั้นก็อยู่แต่ชั้นสามอย่างว่าง่าย ผีตนนั้นกลัวจึงไม่เคยลงมาเลยสักครั้ง
วันนี้ดูเหมือนผีตนนั้นจะโกรธมากเป็นพิเศษกับเรื่องที่คนตระกูลเจียงปรับปรุงห้องนั่งเล่น โดยเฉพาะตอนที่ตระกูลเจียงเอารูปผีเสื้อที่แขวนอยู่บนผนังลง แล้วเปลี่ยนเป็นรูปอื่น ผีตนนั้นดูโกรธมาก
ความโกรธชนะความกลัว
ถ้าไม่ใช่เพราะหนิงหนิงอยู่ด้วย บ่ายนี้ผีตนนั้นคงจะลงมือไปแล้ว
วาเซียถาม “เธอก็รำคาญเสียงดังเหมือนกันเหรอ?”
“คงงั้นมั้ง”
ผีตนนั้นเห็นเธออีกแล้ว และคงจะพยายามหนีอีกครั้ง
หนิงหนิงหมุนตัวเดิ