ใจลิ้มรสชาติอย่างจริงจัง เมื่อรู้สึกว่าอร่อยเธอก็จะอดไม่ได้ที่จะยิ้ม ดวงตาโค้งขึ้นเป็นรูปจันทร์เสี้ยว
แค่ดูเธอกินข้าว มองเฉย ๆ ก็มีความสุขแล้ว
หนิงเหนียนแต่เดิมไม่มีความอยากอาหาร แต่พอได้กินพร้อมกับหนิงหนิงก็กินลงไปโดยไม่รู้ตัว
ทำเอาฉีอันหิวไปด้วย
เขาปิดโทรศัพท์มือถือ แล้วออกไปกินข้าว~
เว่ยฉือเห็นว่าในที่สุดหนิงหนิงก็ยอมกินข้าวแล้ว ก็วางใจ
แต่ทำไมยิ่งดูถึงยิ่งหิว
ตอนกลางคืนเขายุ่ง กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
เขาลุกขึ้นยืนผู้ช่วยผู้กำกับถามเขาว่า “จะไปไหนเหรอ?”
เว่ยฉือตอบ “จะไปสั่งอาหารเดลิเวอรี่”
“ฉันก็จะสั่งด้วย อย่ากินคนเดียวสิ!” ผู้ช่วยผู้กำกับดึงตัวเขาไว้
ทีมงานของเว่ยฉือส่วนใหญ่เป็นคนที่ติดตามเขามาจากรายการอื่น ๆ ล้วนเป็นคนคุ้นเคยกันทั้งนั้น
ไม่นานก็เริ่มคึกคัก ผลสรุปคือทุกคนได้กินอาหารเพิ่ม
มีคนที่หิวเหมือนกับฉีอันและเว่ยฉืออีกมากมาย บางคนตัดสินใจออกไปกินข้างนอก ส่วนคนที่ไม่ออกไปก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งเดลิเวอรี่ ระหว่างรอก็แชทคุยกันในคอมเมนต์
[ดูแล้วหิวเลย]
[อร่อยขนาดไหนกันนะ ขอชิมบ้างสิ]
[ฉันหิวแล้ว!]
[อยากกินอาหารที่เหนียนเหนียนทำจัง น่าจะอร่อยมากเลย!]
[น่าหงุดหงิดจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่กินไปแล้วแท้ ๆ]
[สั่งเดลิเวอรี่ดีกว่า เพิ่งสั่งบาร์บีคิวไปเลย!]
[ไม่ล่ะ ออกไปกินหม้อไฟดีกว่า ฉันออกมาแล้วนะ!]
หนิงหนิงกินข้าวหมดแล้ว “ยังมีอีกไหม ฉันอยากกินอีก”
หนิงเหนียนบอก “ตอนกลางคืนไม่ควรกินเย