ยเหรอ]
[คิดว่าตัวเองสำคัญมากหรือไง? ดูสิ เจียงฉือซิงแม้แต่จะสนใจยังไม่สนใจเลย]
[พูดง่าย ๆ ก็คือยังปรับความคิดตัวเองไม่ได้ ไม่รู้จักสถานะของตัวเอง]
[เจียงฉือซิงกับเจียงเจิน กำลังกินอาหารทะเลมื้อใหญ่อยู่ น้ำลายฉันไหลเลย]
…
หนิงเหนียนเก็บโทรศัพท์มือถือ “ฉันขอตัวก่อนนะ”
ฉีอันมองดูอาหารบนโต๊ะที่แทบไม่ได้แตะต้อง “จะไม่กินแล้วเหรอ อาหารเยอะขนาดนี้ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก เสียดายจัง”
วันนี้เป็นวันแรกที่หนิงเหนียนกลับมาทำงาน เขาตั้งใจพาหนิงเหนียนออกมาทานอาหารดี ๆ
ร้านอาหารแห่งนี้การจองไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังแพงอีกด้วย
แต่ความแพงก็มีเหตุผลของมัน รสชาติอาหารอร่อยทีเดียว
“งั้นฉันขอห่อกลับบ้านละกัน” หนิงเหนียนพูด
เขาเลือกอาหารสองอย่างที่ยังไม่มีใครแตะต้องนำกลับไป
ฉีอันยักไหล่
เฮ้อ…อึดอัดจริง ๆ อึดอัดสุด ๆ
หนิงเหนียนกลับมาถึงวิลล่า ประตูห้องของหนิงหนิงปิดสนิทเขายืนอยู่ในห้องนั่งเล่นสักพัก แล้วเทอาหารที่ห่อกลับมาใส่จานวางไว้บนโต๊ะอาหาร จากนั้นก็เข้าห้องไป
ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา เขาได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในห้องนั่งเล่นจึงเปิดประตูออกมาดู
หนิงหนิงอุ้มแจกันดอกไม้อยู่ในอ้อมแขน กำลังรินน้ำในห้องครัว
เธอเปลี่ยนไปสวมชุดเดรสยาวสีดำเปิดไหล่ที่รัดช่วงเอว สีดำทำให้เอวดูเล็กบางยิ่งขึ้นมีโบว์ประดับอยู่ที่เอว ผมยาวสีดำสยายถึงเอว ปลายแขนเสื้อมีโบว์ผูกรัดไว้ เผยให้เห็นท่อนแขนขาวผ่อง ชายกระโปรงแบ่งเป็นหลายชั้นมีลูกไม