้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ทิ้งตัวยาวลงมาถึงข้อเท้า
แม้จะเป็นสีดำเหมือนกัน แต่ชุดนี้ดูหรูหราและสวยงามกว่าชุดที่เธอสวมในตอนกลางวันมาก
ดึกดื่นขนาดนี้แล้วยังเปลี่ยนชุดอีก จะออกไปข้างนอกเหรอ?
หนิงเหนียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เดินออกไปเขาหยิบจานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา อาหารเย็นชืดไปแล้ว
เขาถือจานเดินเข้าไปในครัว แล้วยัดใส่เข้าไปในไมโครเวฟ
แมวดำของหนิงหนิงนอนหมอบอยู่ข้างเท้าของหนิงหนิง จ้องมองเขาไม่วางตา
หนิงเหนียนสังเกตเห็นมัน จึงพยักหน้าให้
เธอกอดแจกันดอกไม้ที่เพิ่งเติมน้ำเสร็จ เดินผ่านหนิงเหนียนและเตรียมจะออกไป
หนิงเหนียนเรียกเธอไว้ “เดี๋ยวก่อน”
หนิงหนิงหยุดเดิน หันกลับไปมองเขา
จู่ ๆ หนิงเหนียนก็รู้สึกประหม่า พูดติดขัดเล็กน้อย “แจกันใบนี้ของเธอ…”
หนิงหนิงมองดูแจกันในอ้อนแขนตัวเอง “เป็นแจกันเปล่าในวิลล่า ฉันจะเอามาใส่ดอกไม้”
หนิงเหนียนถามต่อ “อ้อ แล้วเธอจะใส่ดอกไม้อะไรล่ะ”
หนิงหนิงตอบ “กุหลาบ”
หนิงเหนียนนึกถึงคฤหาสน์กุหลาบของหนิงหนิง
หนิงหนิงคงจะชอบดอกกุหลาบมากสินะ
แต่ในบทสัมภาษณ์ เธอบอกว่าชอบดอกลิลลี่
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
“นี่เธอจะออกไปข้างนอกเหรอ?”
หนิงหนิงรู้สึกว่าคำถามนี้แปลก ๆ “ฉันไม่ได้จะออกไปไหน”
เห็นหนิงเหนียนดูเหมือนจะไม่มีอะไรแล้ว หนิงหนิงที่กำลังอุ้มแจกันดอกไม้อยู่ก็เตรียมจะเดินออกไป
“ฉัน…เอาข้าวกลับมาด้วย เธอจะกินด้วยกันไหม?”
หนิงหนิงรีบส่ายหน้า “ไม่ละ ฉันกินมาแล้