วโมงแล้ว ไม่ขยับตัวเลย]
[เก่งจริง ๆ มีความอดทนมาก เป็นคนใจแข็งจริง ๆ แต่เจียงฉือซิงกลับห้องไปนานแล้วเธอยังไม่รู้ตัวเลย]
[ไม่เข้าใจจริง ๆ เอาร่างกายตัวเองมาข่มขู่คนอื่น เธอคงไม่ได้คิดจริง ๆ หรอกนะว่าจะทำให้คนอื่นกลัวได้]
[ถ้าเธอไม่กินแมวของเธอก็ต้องกินอะไรสักอย่างสิ แมวมันจะหิวนะ]
[…ไม่ใช่นะ หนิงหนิงยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะพวกคุณรู้ได้ยังไงกัน?]
บ่ายสองโมงแล้ว แสงแดดจ้าจนแสบตา
สีหน้าของหนิงหนิงซีดเผือดเล็กน้อย
วาเซียใช้อุ้งเท้าตะกุยผ้าม่าน
หนิงหนิงดึงมันกลับมาแล้วรูดม่านปิด
ผู้ชมเห็นว่าในที่สุดเธอก็ขยับตัวแล้ว
[อดทนไม่ไหวแล้วเหรอ? เมื่อกี้ยังชมเธออยู่เลย]
[อย่างอนเลย เจียงฉือซิงก็ไม่สนใจเธออยู่แล้ว กองทัพต้องเดินด้วยท้องข้าวยังไงก็ต้องกินนะ]
[รีบไปกินข้าวเถอะ แมวหิวแล้ว]
หนิงหนิงอุ้มวาเซียขึ้นมา เข้าไปใกล้กล้อง
วินาทีต่อมา หน้าจอไลฟ์สดก็ดับมืดลง
[??]
[เธอทำอะไรน่ะ?]
[ไม่ใช่ว่าจะลงไปกินข้าวหรอ?]
[อายเหรอ ไม่ยอมให้ดูแม้แต่ตอนกินข้าว?]
[ถึงจะล็อคห้องก็ไม่มีประโยชน์หรอก ชั้นล่างก็มีกล้องเหมือนกันเธอจะไม่ลงมาข้างล่างหรือไง?]
[ทำได้สิ ก็กินขนมไง]
[…นายนี่มันอัจฉริยะจริง ๆ]
เว่ยฉือชะงักไปเล็กน้อย การลงมากินข้าวไม่จำเป็นต้องปิดกล้องเลยนี่นา
รอไปสักพัก หนิงหนิงก็ยังไม่ลงมา
เว่ยฉือเดินขึ้นไปดูเขาเคาะประตูเบา ๆ สักพักหนิงหนิงก็เปิดประตูออกมา
เธอสวมชุดนอนผ้าไหมสีดำตัวยาวเป็นแบบย้อนยุค ที่หน้าอกประ