บทที่ 29 หนิงหนิงที่เปลี่ยนไป
ระยะทางยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
จากระยะไกล เห็นสวนที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบกำลังบานสะพรั่งราวกับเปลวไฟ
รถจอดลงที่หน้าคฤหาสน์ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน
ความคิดเห็นบนหน้าจอว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ก่อนที่ข้อความขนาดใหญ่สีรุ้งจะไหลผ่านมา
[ฮ่าๆๆๆๆ ฉันบอกแล้วไงว่ายังมีคฤหาสน์กุหลาบอีก!]
ผู้ชมราวกับเพิ่งตื่นจากฝัน
หลี่หลุนและเจียงเจ๋อยี่ลงจากรถ และกำลังยืนอยู่หน้าประตูรั้วเหล็ก
ดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า คฤหาสน์ทั้งหลังจมอยู่ในเงามืด
บนประตูเหล็กและรั้วเหล็กรอบ ๆ คฤหาสน์ มีเถากุหลาบเลื้อยพันอยู่กลายเป็นกำแพงดอกกุหลาบ
กลิ่นหอมของดอกกุหลาบลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
หลี่หลุนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ช่างหอมจริง ๆ
เจียงเจ๋อยี่กดกริ่งประตู
เสียงของหนิงหนิงดังแผ่วเบาลอดออกมา
“เปิดประตูเข้ามาได้เลย”
หลี่หลุนผลักประตูเข้าไป เสียงเอี๊ยดดังขึ้นประตูเหล็กก็เปิดออก
กลิ่นหอมของดอกกุหลาบโชยมาแรงกว่าเดิม
เมื่อไม่มีประตูเหล็กบังอีกต่อไป กุหลาบในสวนแห่งนี้ก็ยิ่งดูแดงสดและเร่าร้อนขึ้น
หลี่หลุนและเจียงเจ๋อยี่กลั้นหายใจ ถือกล้องถ่ายวิดีโอเพื่อบันทึกภาพคฤหาสน์กุหลาบ
เลนส์กล้องส่องผ่านสวนทั้งสวนขึ้นไปด้านบน
หลังคาทรงหอคอยหลายหลังรวมกัน บนหลังคาตรงกลางของคฤหาสน์มีนาฬิกาสีเทาติดตั้งอยู่
ดูไม่เหมือนคฤหาสน์ แต่เหมือนโบสถ์มากกว่า
เสากลมขนาดใหญ่สองต้นที่สองข้างของประตูหน้าทำหน้าที่รับน้ำหนักของคฤหาสน์ไว้ บนเสา