ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ขายให้ฉันเถอะ ไม่ต้องลดราคาก็ได้”
จินซุ่ยตอบกลับ “บอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่เรื่องจะขายหรือไม่ขาย แต่มันมีผี!”
“ฉันรู้ และฉันก็บอกแล้วว่าฉันไม่กลัวผี”
จินซุ่ยเริ่มหงุดหงิด “มันไม่ใช่แค่เรื่องกลัวหรือไม่กลัวนะ”
หนิงหนิงยื่นวัตถุทรงกลมขนาดเท่าเมล็ดข้าวให้เธอ
“นี่คือเมล็ดพันธุ์”
จินซุ่ยรับมันมามันเป็นลูกกลมสีทองขนาดเล็ก เธอบีบมันเบา ๆ
“มันก็คือเงินด้วย”
จินซุ่ยรู้สึกงุนงง
ถึงจะทำด้วยทองก็เถอะ ยังไงก็ไม่พอสำหรับซื้อคฤหาสน์หลังนี้หรอก
เธอนี่แย่ยิ่งกว่าตระกูลจ้าวที่เป็นโจรซะอีก
หนิงหนิงอธิบาย “กลับไปฝังมันลงดินสิ รอจนถึงตอนกลางคืนเมื่อมีแสงจันทร์ มันจะเติบโตขึ้นมา”
จินซุ่ยได้แต่นิ่งเงียบ
พี่น้องทั้งหลายฟังสิว่าเธอพูดอะไรเหลวไหลขนาดไหน เธอไม่ใช่เด็กที่ยังเชื่อเรื่องเทพนิยายแล้วนะ!
จินซุ่ยไม่ได้เชื่อจริงจังเธอรับมันมา เอาเมล็ดพันธุ์ใส่ลงในกระเป๋าใบเล็กของเธอ แล้วพูดแบบขอไปทีว่า “รู้แล้ว ๆ เดี๋ยวกลับไปจะปลูกเลย”
เธอจ้องมองหนิงหนิงด้วยแววตาเป็นประกาย
หนิงหนิงมองอย่างสงสัย
จินซุ่ยรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “ฉันขอลูบแมวของคุณหน่อยได้ไหม?”
วาเซียกำลังซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของหนิงหนิง จินซุ่ยเห็นมันทันทีที่เดินเข้ามา
แมวดำตัวน้อยน่ารักจัง ขณะที่เธอพูดดวงตาทั้งสองข้างของมันก็จ้องมองเธอไม่
วางตา ช่างมีไหวพริบจริง ๆ
หูของวาเซียสั่นกระตุก รีบลุกขึ้นวิ่งออกไปทันที กระโดดขึ้นไปบนขอบหน้าต่างแล้ว