ซุ่ยก็กลับเข้าห้องอาบน้ำเสร็จก็เกือบจะสี่ทุ่มแล้ว
เธอนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง
หน้าต่างยังไม่ได้ปิด แสงจันทร์สาดส่องลงบนพื้นห้องอย่างเงียบสงบ
จินซุ่ยมองดวงจันทร์ แล้วนึกถึงเมล็ดพันธุ์ที่หนิงหนิงมอบให้เธอ
เธอเอามือเท้าคาง ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง ค้นหาเมล็ดพันธุ์สีทองเม็ดนั้นในกระเป๋าแล้วย่องเบา ๆ ออกจากห้องไป
เมื่อเดินผ่านห้องพ่อแม่ เธอแนบหูฟังที่ประตูได้ยินเสียงจินเฉียนตัวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ทั้งที่ดึกขนาดนี้แล้ว
เธอค่อย ๆ เดินลงบันไดอย่างระมัดระวัง ตูตูรีบวิ่งเข้ามาหาพลางวนเวียนอยู่แถว ๆ เท้าของเธอไปมา
จินซุ่ยหากระถางว่างจากในสวน แล้วฝังเมล็ดสีทองลงไป
เธอนั่งยอง ๆ ข้างกระถางต้นไม้ แล้วเอานิ้วจิ้มดินสงสัยว่าควรจะรดน้ำหรือเปล่า
จินซุ่ยรีบตบหน้าตัวเอง เธอคงบ้าไปแล้ว
เธอลุกขึ้นยืน เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ!
เดินไปได้สองก้าว เธอก็ถอยกลับมายกกระถางต้นไม้เข้าไปในห้องนั่งเล่น วางไว้ตรงหน้าต่างบานใหญ่ที่ที่แสงจันทร์สามารถส่องถึงได้
เธอไม่ได้เปิดไฟทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนขโมย
จินซุ่ยยืนอยู่หน้ากระถางต้นไม้ประมาณห้านาที
เธอหมุนตัวเดินจากไป
บ้าไปแล้วจริง ๆ
ทำไมเธอถึงได้หลงเชื่อเรื่องที่ใช้หลอกเด็กแบบนี้ แถมยังทำตามอีกน่าอายจะแย่
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะใบหน้าของหนิงหนิง ที่ชวนให้หลงเชื่อเกินไป
โชคดีที่มีแค่ตูตูที่เห็น
รีบวิ่งหนีดีกว่า
พอเดินมาถึงบันได ได้ยินเสียงตูตูส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ แล้วเห่า “โฮ่ง” ออกม