ผู้จัดการหลีสับเท้าวิ่งหน้าตั้งจนมาถึงเขตสุสานประจำตระกูลซู ภาพตรงหน้าที่ปรากฏกลับเป็นทีมเคลื่อนย้าย ซึ่งยืนเตรียมพร้อมกันเรียบร้อย และดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเริ่มลงมือขุดย้ายหลุมศพกันจริง ๆ เสียด้วย
เมื่อเห็นดังนั้น เขาจึงรีบถลันเข้าไปหาซูอีเฉินพลางละล่ำละลักถามด้วยความตื่นตระหนก “คุณซูครับ! นี่มัน… นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ครับ?!”
ซูอีเฉินชายตามองแล้วนึกขึ้นได้ว่าชายตรงหน้าคือผู้จัดการฝ่ายขายของสุสานแห่งนี้ เขาจึงตอบกลับเรียบ ๆ “ย้ายหลุมศพ”
ผู้จัดการหลีเหงื่อไหลซึมเต็มหน้าผาก คำตอบสั้น ๆ นั้นชวนให้เขารู้สึกว่าตนเองกำลังถามเรื่องไร้สาระ ในเมื่อภาพมันก็ฟ้องชัดอยู่แล้วว่าพวกเขากำลังทำอะไร!
“คือ… บรรพบุรุษท่านก็อยู่ที่นี่อย่างสงบสุขดี เหตุใดจู่ ๆ ถึงนึกจะย้ายก็ย้ายเลยล่ะครับ? แถมยังไม่ได้แจ้งทางเราล่วงหน้า… แม้แต่ใบคำร้องย้ายสุสาน ผมยังไม่เคยเห็นเลยสักใบ…”
ซู่เป่าได้ยินว่าการจะย้ายบ้านให้บรรพบุรุษต้องขออนุญาตคนอื่นด้วยก็พลันงุนงงจนหัวคิ้วขมวดมุ่น
“พวกเราจะย้ายบ้านให้บรรพบุรุษของตัวเอง ทำไมต้องไปยื่นคำร้องกับพวกคุณด้วยล่ะคะ?” เด็กน้อยถามด้วยความสงสัย
ผู้จัดการหลีปั้นยิ้มประจบ “ก็อย่างนี้นะครับคุณหนู การย้ายหลุมศพนั้นจำเป็นต้องยื่นเรื่องตามระเบียบ และต้องได้รับความเห็นชอบจากทางเราก่อนถึงจะดำเนินการได้…”
ซู่เป่ายิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่ “บรรพบุรุษท่านก็เป็นคนในครอบครัวเรา ทำไมต้องรอให