้พวกคุณเห็นชอบด้วย? พวกคุณเป็นท่านยมบาลหรือไงคะ?”
คำตอกกลับของเด็กน้อยทำเอาสีหน้าของผู้จัดการหลีแข็งค้างไปทันควัน
ซูอีเฉินยื่นใบคำร้องฉบับหนึ่งให้พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “กระบวนการทางกฎหมายทั้งหมดเราดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว” เขาทอดสายตาคมกริบมองชายตรงหน้า “คุณหลี… ผมว่าคุณควรทำความเข้าใจตำแหน่งหน้าที่ของพวกคุณให้ชัดเจนหน่อยนะ”
“สาระสำคัญของใบคำร้องขอย้ายหลุมศพ มีไว้เพื่อให้ทางสุสานตรวจสอบยืนยันว่าผู้ดำเนินการเป็นญาติของผู้ล่วงลับจริง เพื่อป้องกันมิจฉาชีพมาลอบขุดหลุมศพ ไม่ใช่มีไว้เพื่อให้พวกคุณวางมาดทำตัวเป็นเจ้าชีวิตใคร!”
รัศมีความน่าเกรงขามแผ่ออกมาจากตัวซูอีเฉินในยามนี้ ช่างสมกับตำแหน่งซีอีโอผู้ทรงอิทธิพลที่ใครเห็นก็ต้องขวัญผวา
ผู้จัดการหลีหน้าซีดเผือด รีบละล่ำละลักปฏิเสธ “ใช่ครับ ๆ ผมไม่ได้มีเจตนาก้าวก่ายแบบนั้น เพียงแต่คิดว่า… หากทางเรารู้ล่วงหน้า จะได้ช่วยเตรียมการอำนวยความสะดวกให้พวกคุณได้ทันท่วงที…”
นับแต่ตระกูลซูเลือกใช้พื้นที่แห่งนี้สร้างสุสานประจำตระกูล สุสานชิงซานก็กลายเป็นทำเลฮวงจุ้ยทองคำที่มีแต่คนแย่งชิงจนพื้นที่ไม่พอขาย ทางสุสานจึงแอบกันสิทธิ์ที่ดินผืนงามเอาไว้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อรองรับความต้องการของบรรดามหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลโดยเฉพาะ
ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดการหลีจึงเริ่มคุ้นชินกับการถูกผู้คนห้อมล้อมเอาอกเอาใจ จนเผลอวางตัวสูงส่งและเข้าใจผิดไปเองว่าตนอยู่เหนือคนอื่น เพียงเ