้าตัวเล็กของบ้านเรานี่เอง! สองปีก่อนทำไมไม่เห็นเลยล่ะ…” ดวงจิตบรรพบุรุษที่ลอยอยู่เหนือหลุมศพถึงกับอุทาน
ซู่เป่าจ้องมองบรรพบุรุษในชุดสุภาพสมัยเก่าด้วยความอยากรู้อยากเห็นพลางเอ่ยถาม “คุณทวดคะ หนูเพิ่งมาปีนี้เองค่ะ! แล้วในหลุมศพมากมายขนาดนี้… เหลือท่านอยู่เพียงคนเดียวเองเหรอคะ?”
‘ดวงจิตบรรพบุรุษมองดูเด็กน้อยด้วยความประหลาดใจ โอ้โห?’
‘เจ้าหนูนี่มองเห็นข้าได้ด้วยรึ?’
ท่านเผยรอยยิ้มอย่างมีความสุขก่อนตอบ “ใช่แล้วจ้ะ เหลือแค่ฉันเพียงคนเดียว ส่วนพวกคนแก่คนอื่น ๆ ล้วนอยู่จนครบกำหนดอายุในโลกวิญญาณแล้วไปเกิดใหม่กันหมดแล้ว”
ซู่เป่าเริ่มนับนิ้วคำนวณตามประสา
อาจารย์เคยสอนไว้ว่า สมมติอายุขัยของคนเราคือ 80 ปี แต่กลับต้องจบชีวิตจากอุบัติเหตุตอนอายุ 30 เมื่อดวงวิญญาณไปอยู่ในปรโลก ก็จำเป็นต้องใช้ชีวิตที่เหลือต่ออีก 50 ปีให้ครบกำหนด
ส่วนคนตายตามธรรมชาติ เมื่อผ่านพ้นเจ็ดวันหลังสิ้นใจย่อมไปเกิดใหม่ได้ทันที หรืออาจเลือกพำนักอยู่ในป้อมปราการแดนผีสักระยะ เพื่อไปรับฟังธรรมที่ฐานแท่นดอกบัว และสะสมบุญบารมีให้ลูกหลานในโลกมนุษย์ต่อไป
นอกจากนี้ ระยะเวลาในโลกวิญญาณยังขึ้นอยู่กับกรรมเวรที่เคยก่อไว้ บางคนแม้ตายตามอายุขัย แต่ก็ต้องชดใช้กรรมในปรโลกให้สิ้นซากก่อน จึงจะได้รับใบอนุญาตให้ไปเกิดใหม่…
มิหนำซ้ำพวกที่ฆ่าตัวตายเพราะความแค้นฝังลึก ยิ่งต้องยืดเวลาการไปเกิดใหม่ออกไปเนิ่นนาน การตายผิดธรรมชาตินั้นส่งผลเสียยิ่งกว่าฮ