วงจุ้ยสุสานเสียอีก เพราะผีดุร้ายมักขัดขวางการเวียนว่ายตายเกิด…
โดยสรุปแล้ว ระบบการเกิดใหม่ช่างซับซ้อนและขึ้นอยู่กับการตัดสินของยมบาลโดยสิ้นเชิง แต่แน่นอนว่าย่อมมีช่องว่างเล็ก ๆ ให้พอจัดการได้บ้าง…
“คุณทวดคะ ท่านก็แก่มากแล้ว ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่ล่ะคะ?” ซู่เป่า เอ่ยถามด้วยความสงสัยหลังจากนับนิ้วเสร็จ
บรรพบุรุษตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เปี่ยมด้วยความเมตตา “ก็ต้องมีใครสักคนอยู่คอยคุ้มครองพวกเธอไม่ใช่รึ?”
เด็กน้อยร้อง “ว้าว” พลางชูนิ้วโป้งให้ทันที “คุณทวดใจดีที่สุดเลยค่ะ! ท่านเหนื่อยมามากแล้วจริง ๆ!”
การใช้ชีวิตในโลกวิญญาณไม่ใช่เรื่องง่ายดาย วิญญาณเกือบทั้งหมดได้รับสิทธิ์เวียนว่ายตายเกิดมักจะรีบไปเกิดใหม่ทันที มีน้อยนักที่จะเต็มใจอยู่ต่อ
‘บรรพบุรุษท่านนี้ช่างเสียสละเพื่อลูกหลานจริง ๆ!’
ซู่เป่าเขย่งเท้าพิงขอบหลุมศพพร้อมกับยื่นมือน้อย ๆ ไปนวดขาให้บรรพบุรุษเชิงเอาใจ
ท่านบรรพบุรุษหัวเราะร่าจนตาปิดแทบมองไม่เห็นฟัน ด้วยว่าต้องทนใช้ชีวิตอย่างเดียวดายในป้อมปราการแดนผีมาเนิ่นนาน ครั้งนี้จึงนับเป็นหนแรกที่มีลูกหลานตัวกระจ้อยร่อยมาคอยนั่งเจรจาพาที ทั้งยังปรนนิบัติพัดวีให้น่าเอ็นดูถึงเพียงนี้
“เจ้าหนู… ร้องเพลงให้ฉันฟังหน่อยสิ” ท่านเอ่ยปากขอพลางแสดงท่าทีกระตือรือร้น
ซู่เป่านิ่งคิดไปครู่หนึ่ง จะร้องเพลงอะไรดีนะ? อ้อ นึกออกแล้ว!
“คืนนี้มากราบไหว้บรรพบุรุษ อยากถามท่านว่าพอจะมีเวลาไหม~ หนูอยากถาม ท่านบร