ซู่เป่าส่ายหน้าพรืดพลางตอบ “ไม่รู้เลยค่ะ!”
“อาจารย์บอกว่าก่อนถึงหน้าผาคืนวิญญาณมีห้าวัฏจักร หนึ่งคือทางเทพ สองทางมนุษย์ สามทางเดรัจฉาน สี่ทางเปรต และห้าคือทางนรกค่ะ…”
“แล้วท่านยังบอกอีกว่า คุณแม่จะกลับชาติมาเกิดเป็นปลาคาร์พนำโชค ได้อยู่ในครรภ์ที่เพียบพร้อมมาก ๆ เลยล่ะ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูอีเฉินและคนอื่น ๆ ต่างพากันฉงนสงสัย
คุณลุงใหญ่จึงเอ่ยถาม “ไม่ใช่ว่ามีหกวัฏจักรหรอกหรือลูก?”
ซู่เป่าปรับสีหน้าจริงจังพลางเลียนแบบท่าทางของจี้ฉางด้วยการส่ายนิ้วชี้ไปมา “ไม่ถูก ๆ ค่ะ ลัทธิเต๋ามีห้าวัฏจักร ส่วนพุทธศาสนาถึงจะมีหกวัฏจักรต่างหาก”
ทุกคนได้แต่พยักหน้าพร้อมกับคิดในใจว่า เด็กคนนี้ดูเก่งกาจเกินวัยจนตามแทบไม่ทันจริง ๆ
คุณลุงห้าผู้ช่างซักช่างถามอย่างซูอิงเอ๋อร์ก็อดรนทนไม่ได้ต้องถามอีก “ไม่ใช่สิ ผีจะไปเกิดในทางนรกได้ยังไง? ในเมื่อก่อนหน้านี้ก็ต้องตกนรกไปแล้วไม่ใช่หรอ แล้วทำไมถึงยังมีทางนรกซ้อนอยู่อีกด่านล่ะ?”
ซู่เป่าตวัดสายตามองซูอิงเอ๋อร์พลางถอนหายใจ “คุณลุงห้าคะ ลุงช่างเขลาจริง ๆ เรื่องนี้มันขัดแย้งกันตรงไหนกันคะ?”
“คนไม่ดีตอนมีชีวิต ก็ต้องไปเกิดในทางเปรตไงคะ ไม่มีโอกาสได้กลับมาเป็นมนุษย์อีก และไม่ได้อยู่สบายเหมือนพวกพี่ ๆ ผีในป้อมปราการแดนผีด้วย”
“ส่วนคนที่ทำเรื่องชั่วช้าไว้มากมาย ก็ต้องไปชดใช้ในทางนรก ทนทุกข์ทรมานไปจนกว่าจะดับสูญ… เข้าใจยากตรงไหนกันคะ?” เด็กน้อยมองลุงห้าด้วยสายตาสงสัยในสต