หอมหวานเป็นพิเศษ ชายหนุ่มปรายสายตามองบรรดาพี่น้องคนอื่น ๆ ด้วยความภาคภูมิใจ ราวกับจะประกาศว่าตนคือผู้ชนะแท้จริงในเช้าวันนี้
แต่ความสุขกลับสั้นนัก เมื่อได้ยินเสียงใส ๆ ของซู่เป่าถามต่อว่า “แล้วหลังจากนี้ คุณลุงจะต้องนอนติดเตียงจนขยับเขยื้อนไม่ได้เลยใช่ไหมคะ?”
ซูอิงเอ๋อร์นึกสนุกอยากลองแกล้งหลานสาวดูบ้าง จึงถามหยั่งเชิง “อืม… ถ้าลุงต้องเป็นแบบนั้นจริง ๆ ซู่เป่า ยังจะดูแลลุงอยู่ไหม?”
ซู่เป่ากะพริบตาปริบ ๆ “แล้วลุงห้าจะต้องน้ำลายไหลยืด แล้วต้องใส่ผ้าอ้อมด้วยไหมคะ?”
ภาพจำของคุณปู่เฉินข้างบ้านสมัยก่อนลอยเด่นขึ้นมาในหัวทันที
ซูโล่วยิ้มกริ่มอย่างนึกสนุกพลางรีบผสมโรง “ใช่แล้วล่ะ ต่อไปลุงห้าของหนูจะเป็นแบบนั้นแหละ”
ซู่เป่าได้ยินดังนั้นก็เอื้อมมือน้อย ๆ ไปลูบหัวซูอิงเอ๋อร์เพื่อปลอบประโลม “ไม่ต้องกังวลนะคะ ซู่เป่าจะคอยเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เอง แล้วก็จะคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ เลี้ยงดูลุงห้าให้โต… เอ๋ ไม่ใช่สิ ต้องเลี้ยงให้อยู่จนแก่เฒ่าเลย!”
ซูอิงเอ๋อร์ ถึงกับสำลักมะเขือม่วงในปากทันควัน จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่ารสชาติอาหารคำนี้ไม่หอมหวนอีกต่อไป
‘เดี๋ยวก่อนนะ…’
‘ทำไมบทสนทนามันถึงได้ข้ามขั้นไปถึงจุดที่หลานต้องมาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลุงแบบนี้ล่ะเนี่ย?!’