ซูอิงเอ๋อร์ปีนบันไดขึ้นไปด้วยความกระฉับกระเฉง ทว่าพอเงยหน้าขึ้นกลับเห็นเท้าเล็ก ๆ คู่หนึ่งปรากฏสู่สายตาเป็นอันดับแรก ครั้นชะเง้อหน้ามองสูงขึ้นไปอีกนิด ก็พบเด็กน้อยผมยาวรุงรังคนหนึ่งยืนจดจ้องอยู่
“แม่เจ้าช่วย!” ลุงห้าถึงกับเข่าอ่อน ร่วงหล่นจากบันไดลงมาทันควัน
ชายหนุ่มลูกตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
ในจังหวะนั้นเอง ซูโล่วกลับมีปฏิกิริยาว่องไวอย่างเหลือเชื่อ
เขาพุ่งตัวเข้าไป… เพื่อคว้าโถเหล้าที่กำลังจะหลุดจากมือซูอิงเอ๋อร์เอาไว้ได้ทันท่วงที!
ความโล่งใจเพิ่งฉายชัดบนใบหน้าของซูอิงเอ๋อร์ พลันแข็งทื่อเป็นหิน เมื่อร่างของเขาหล่นวูบลงกระแทกพื้นระเบียงดัง ตึง! จนตัวสั่นสะเทือน
“เฮ้อ… ค่อยยังชั่ว รับไว้ได้ทันเฉียดฉิวพอดี”ซูโล่วพ่นลมหายใจออกมาพลางลูบไหเหล้าในอ้อมแขนเบา ๆ
“…”
‘ไอ้พี่ชายใจดำ! ในสายตาแกนี่โถเหล้ามันมีค่ากว่าชีวิต น้องชายแท้ ๆ ที่นอนจุกจนหน้าเขียวอยู่นี่หรือไงกัน!’
ซูอีเฉินเห็นร่างเล็ก ๆ นั่งอยู่บนหลังคาจึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ซู่เป่า?”
ซูจิ่นอวี้เองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน ‘ลูกสาวควรจะหลับไปแล้วไม่ใช่หรือ? เธออุตส่าห์มั่นใจว่าเมื่อครู่นี้ได้กล่อมเธอจนเข้าสู่นิทราไปแล้วแท้ ๆ!’
ดวงวิญญาณสาวลอยเข้าไปหาลูกน้อยด้วยความตื่นเต้นพลางถามไถ่ “หนูขึ้นมาได้อย่างไรคะ? ปีนมาทางไหน? มีตรงไหนกระแทกหรือเจ็บหรือเปล่าลูก?”
ซู่เป่าส่ายหัวก่อนจะเล่าเสียงใส “หนูฝันว่าคุณลุงกับคุณแม่แอบกินขนมอร่อย ๆ กันค่ะ หนูเ