ลยตามขึ้นมา”
ทว่าพอปีนขึ้นมาถึงกลับไม่พบใคร เด็กน้อยนึกว่าทุกคนคงแอบกินกันจนเสร็จแล้วเสียอีก แต่ขณะกำลังจะปีนกลับลงไป เธอก็ได้ยินเสียงของคุณลุงห้าดังขึ้นมาพอดี
ซูอีเฉินปีนตามขึ้นมาเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวหลานสาว เขาอุ้มซู่เป่าไว้ในอ้อมแขนแล้วตำหนิอย่างไม่จริงจังนัก “คราวหน้าห้ามปีนขึ้นมาคนเดียวแบบนี้อีกนะ รู้ไหม?”
ซูอี้เชินตามขึ้นมาติด ๆ “เด็กคนนี้… ถ้าตกลงไปจะทำอย่างไรเนี่ย? นี่มันชั้นห้าเลยนะ!”
ซูโล่วถือเหล้าตามมาพร้อมกับแค่นเสียงในลำคอ “ใจกล้าชะมัด เหมือนแม่เธอตอนเด็ก ๆ ไม่มีผิด”
ซูจื่อหลินยืนหน้านิ่งขรึม เขาสังเกตว่ารอบหลังคาห้องกระจกมีราวกั้นนูนออกมาเพียงเล็กน้อย สูงแค่ระดับอกของซู่เป่าเท่านั้น
หากเด็กน้อยนึกสนุกเกาะราวแล้วกระดิกขาเล่นเพียงนิดเดียวก็อาจพลัดตกลงไปได้…
‘ช่างเป็นภาพที่น่าหวาดเสียวจริง ๆ’
เขาตัดสินใจในใจว่าพรุ่งนี้จะเปลี่ยนบันไดชั่วคราวนี้เป็นแบบพับเก็บได้ ซึ่งต้องเป็นผู้ใหญ่เท่านั้นที่ดึงลงมาใช้งานได้ ปกติจะพับเก็บไว้เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นอีก
ขณะทุกคนมัวแต่รุมล้อมเป็นห่วงซู่เป่า มีเพียงซูอิงเอ๋อร์เท่านั้นที่ยังคงนอนแผ่อยู่บนพื้นระเบียง
“เฮ้ย พวกนายไม่ห่วงฉันบ้างเลยเหรอ?”
ซูโล่วชำเลืองมองน้องชายแวบหนึ่ง “หนังหนาเนื้อเหนียวขนาดนี้ จะต้องห่วงอะไร?”
เมื่อครู่นี้ ซูอิงเอ๋อร์เพิ่งปีนขึ้นไปได้เพียงสองขั้น ความสูงก็พอ ๆ กับการตกเก้าอี้ลงมาเท่านั้นเอง เห็นเขายัง