ซูอีเฉินจ้องมองเธอไม่วางตาแล้วจึงพยักหน้าตอบรับ ก่อนได้ยินน้องสาวพูดต่อว่า “ฉันจะไปเรียกพี่รองด้วย!”
“แล้วก็พี่ห้า… อ้อ จริงด้วย คืนนี้พี่เล็กมีเวรฉุกเฉินใช่ไหมคะ งั้นตามพี่เล็กมาด้วยนะ”
ซูอีเฉินปล่อยมือเธอแล้วบอกว่า “ไปเถอะ”
ซูจิ่นอวี้ ตื่นเต้นกระปรี้กระเปร่าลอยมุ่งหน้าไปยังห้องของซูจื่อหลิน
‘พี่รองคนนี้เป็นคนเงียบขรึม ไม่ชอบพูดจา ในทุกวันมักปั้นหน้านิ่งเรียบเฉยราวกับโอ่งปิดฝาสนิท’
‘ไม่รู้เหมือนกันว่าหากเขาเห็นเธอแล้ว จะหลุดมาดตกใจหรือเปล่านะ?’
ห้องซูจื่อหลิน
ขณะซูจื่อหลินกำลังจมอยู่ในนิทราอันแสนสงบ ทว่าจู่ ๆ กลับรู้สึกคันยิบบนใบหน้าจนต้องขมวดคิ้วมุ่น พลางปรือตาขึ้นมองฝ่าความมืด
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือดวงหน้าของวิญญาณสาวตนหนึ่งจดจ้องเขาอยู่ตรงหัวเตียง ร่างนั้นโน้มกายลงมาใกล้เสียจนแทบชิดติดลมหายใจ
“…”
‘แปลกแฮะ… ขอมองให้ชัดอีกสักทีซิ’
เขานิ่งจ้องสบตากับซูจิ่นอวี้อยู่นานแสนนาน ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบโต้ใด ๆ จนยากจะคาดเดาความรู้สึก แต่จู่ ๆ ชายหนุ่มกลับเลือกหลับตาลงแล้วหันไปนอนต่อเสียอย่างนั้น!
“?” ซูจิ่นอวี้ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความงุนงง นี่พี่รองเป็นอะไรไปเนี่ย!
เธอไม่ยอมแพ้ รีบดัดเสียงแหลมเล็กเลียนแบบผีสาวเขย่าขวัญตะโกนกรอกหู “ซูจื่อหลิน~ ซูจื่อหลินนน~”
ซูจื่อหลินลืมตาขึ้นมาอีกรอบด้วยท่าทางมึนงง เขาจ้องมองซูจิ่นอวี้เขม็งราวกับกำลังพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า
แต่… พี่รองกลับเพียง