อบ? ไอศกรีมโดนความร้อนไม่ละลายหมดหรือคะ? แล้วจะทอดอย่างไร’
‘ส่วนรวงผึ้งปกติเขาเอาไว้เผาไม่ใช่หรือ? ทานได้ด้วยเหรอ?’
‘บะหมี่กุ้งหกตัว… อืม ฟังดูน่าอร่อยจัง!’
เด็กน้อยกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แล้วพูดเสียงหวาน “ซู่เป่า…รอไม่ไหวแล้วค่ะ!”
“ต้องเรียกว่าอดใจรอไม่ไหวต่างหากจ้ะ นอนเถอะนะ! เด็ก ๆ ไม่ควรนอนดึกนะรู้ไหม” ซูจิ่นอวี้ก้มลงจูบหน้าผากลูกสาว เธอนอนตะแคงอยู่ข้างเตียงก่อนร้องเพลงกล่อมเด็กเบา ๆ เพื่อให้ซู่เป่าเข้าสู่ห้วงนิทรา
ซู่เป่ากอดตุ๊กตากระต่ายไว้แน่น จ้องมองแม่ไม่วางตาด้วยแววตาเปี่ยมด้วยความรัก
ในที่สุดซู่เป่าก็ค่อย ๆ หลับตาลงและผล็อยหลับไปอีกครั้ง ซูจิ่นอวี้ทอดสายตามองตุ๊กตากระต่ายในอ้อมกอดของลูกสาว
ตุ๊กตาตัวนี้เป็นของขวัญวันเกิดที่เธอซื้อให้ซู่เป่าตอนอายุสองขวบ เป็นเพียงตุ๊กตาราคาถูกแค่ 25 หยวน ซื้อจากข้างทาง ตามที่จี้ฉางบอก กระต่ายตัวนี้เคยถูกหลินเฟิงฉีกกระชากจนพังยับเยิน
หูของมันเคยถูกแม่เลี้ยงตัดทิ้ง เพียงเพื่อต้องการเห็นซู่เป่าร้องไห้ด้วยความทรมาน
แต่ตอนนี้กระต่ายที่มีร่องรอยบาดแผลกลับได้รับการซ่อมแซมอย่างประณีตจากซูอีเฉิน จนแทบมองไม่เห็นตำหนิ ขนของมันถูกซักจนสะอาดสะอ้าน ใยฝ้ายด้านในถูกจัดการจนฟูนุ่มน่าสัมผัส
ซู่เป่าไม่ได้อุ้มกระต่ายไปไหนมาไหนทุกที่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะตอนนี้เธอมีความรู้สึกปลอดภัยมากพอ แต่ยามหลับใหล เธอยังคงกอดมันไว้แนบอกเสมอ
“นอนเถอะนะลูก โตเร็ว ๆ นะคะ…” ซูจิ่