อปฏิเสธพัลวัน
ผีราคะเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “เหลือเชื่อจริง ๆ รสนิยมเธอแปลกมากนะ พ่อของเด็กหล่อลากดินขนาดนั้นกลับไม่ชอบ แต่ดันจะให้ฉันไปหาคนอื่นแทน?”
ซูจิ่นอวี้ทำเพียงยิ้มกริ่มในใจ …แน่นอนว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อย
‘จะมีใครบ้างไม่อยากสัมผัสความรักอันหวานซึ้งดูสักครั้ง’
‘ยิ่งตอนที่เธอเสียชีวิต เธอก็เพิ่งจะอายุเพียงยี่สิบกว่าปีเท่านั้นเอง’
ทว่าในเมื่อเวลานี้เธอกำลังจะไปเกิดใหม่แล้ว จึงจำต้องตัดใจและไม่ยอมให้ตัวเองเหลือเยื่อใยถวิลหาโลกมนุษย์ใบนี้แม้เพียงนิดเดียว
“ช่างเถอะ งั้นฉันไปหาพี่สี่ของเธอละนะ” ผีราคะโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ พูดจบเธอก็ลอยละล่องตามหลังซูโล่วออกไปทันที
ซูจิ่นอวี้ตาวาววับพลางหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ
‘รู้ไหมว่าซู่เป่าแอบเตรียมถุงหอมกันวิญญาณไว้ให้พี่สี่เรียบร้อยแล้ว’
‘ถ้าผีราคะตนนี้สามารถแตะต้องแม้แต่เส้นขนขาของพี่สี่ได้ล่ะก็ เธอจะยอมแพ้เลยเอ้า!’
ทว่าหากพิจารณากันตามตรง ผีราคะตนนี้กลับมีรูปโฉมงดงามหยาดเยิ้มจนน่าตะลึง ซูจิ่นอวี้จึงอดรนทนไม่ไหว ต้องรีบขยับตามไปแอบดูสถานการณ์เบื้องหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
‘เธอไม่ได้มีเจตนาจะแอบดูเรื่องลามกจกเปรตอะไรเลยจริง ๆ นะ…’
‘ก็แค่… อยากเห็นเป็นขวัญตาเท่านั้นเองว่า หากคนเราถูกผีราคะตามติดพันอย่างใกล้ชิด’
‘จะมีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงขนาดไหนกันเชียว!’
‘ขนาดผีโชคร้ายสิงใคร คนนั้นก็ดวงตกซ้ำซ้อ ผีขี้ขลาดสิงใคร คนนั้นก็กลายเป็นคนขี้กลัวจนต