ซู่เป่านิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกย้อนถึงบทสนทนาเรื่องหลุมศพ เธอเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ได้เลยค่ะ หนูจดใส่สมุดไว้แล้ว ในอนาคตหนูจะสร้างหลุมศพทรงนั้นให้พี่จื่อซีแน่นอน!”
ซูจื่อซีพยักหน้า แสดงสีหน้าพึงพอใจสุดขีด ส่วนซูเหอเวิ่นซึ่งนั่งฟังอยู่ข้างกันกลับรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีอันบิดเบี้ยว
‘เดี๋ยวก่อน… จะพอใจอะไรกันขนาดนั้น? นี่มันใช่เรื่องเด็กวัยอย่างพวกเราควรมานั่งวางแผนกันจริงจังหรือไงกันเนี่ย!?’
ซูเหอเวิ่นรีบเปลี่ยนประเด็นเพื่อกู้คืนบรรยากาศ “จริงสิซู่เป่า เมื่อกี้ที่กองถ่ายพี่เห็นผีตั้งหลายตน ผีพวกนั้นไม่ต้องจับเหรอ?”
‘เขานับดูแล้วมีตั้งเจ็ดแปดตนเชียวนะ!’
‘มีเป้าหมายเยอะขนาดนี้ หากไม่ลงมือสักครั้งย่อมไม่คุ้มกับที่เขาลงแรงทำตาข่ายจับผีมาตั้งนาน’
ซู่เป่าส่ายหน้าหวืดพลางตอบว่า “ผีพวกนั้นไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่จำเป็นต้องจับหรอกค่ะ”
ผีที่นั่งยอง ๆ ในห้องขังนั่นก็แค่ทำให้คุณลุงพนักงานตกใจเล่น พอมันหัวเราะ ‘เฮอะ ๆ’ เสร็จก็ลอยจากไปแล้ว ส่วนพวกผีเร่ร่อนที่เกาะอยู่ตามตัวนักแสดงสมทบ หรือพวกที่ชอบเขย่งเท้าเดิน บางทีพวกเขาอาจจะเบื่อเกินไป พอใกล้ถึงเทศกาลเดือนเจ็ดก็เลยออกมาเที่ยวเล่นบ้าง
‘แล้วยังมีคุณป้าผีคนนั้นอีก… ป้าคนนั้นช่วยหนูไว้ตั้งเยอะแน่ะ!’
ซูเหอเวิ่นยังไม่ยอมแพ้ “งั้นเหรอ… แล้วอีกไม่กี่วันนี้เราออกไปข้างนอกกันไหม? เทศกาลจงหยวนผีออกมาเพียบเลยนะ ถ้าเราออกล่าสักไม่กี่วัน ก็น่