าจะเก็บตัวชี้วัดของทั้งปีได้สำเร็จเลยละ!”
“ตัวชี้วัดคืออะไรคะ?” ซู่เป่าเอียงคอถามด้วยความฉงน
ซูเหอเวิ่นตอบอย่างภาคภูมิใจ “มันก็คือดัชนีชี้วัดผลงานน่ะสิ”
“แล้วผลงานคืออะไรอีกล่ะคะ?”
ซูเหอเวิ่นอ้าปากเตรียมอธิบายแต่ก็ต้องชะงักกึก…
‘คำถามหนึ่งแสนข้อของน้องสาวนี่ช่างน่าสะพรึงกลัวจริง ๆ!’
แต่จะนับว่าดีที่เขาเป็นพี่ชายผู้รอบรู้ ซูเหอเวิ่นกระแอมไอเบา ๆ ก่อนร่ายยาวออกมา “ยกตัวอย่างเช่น น้ำเต้าอาคมของซู่เป่าต้องการวิญญาณอาฆาตหนึ่งร้อยตัวถึงเต็ม ดังนั้นเป้าหมายผลงานของเราก็คือการจับวิญญาณอาฆาตให้ครบหนึ่งร้อยตัว”
“สมมติว่าเราจับวิญญาณร้ายได้ 30 ตน เป้าหมายผลงานของเราก็จะสำเร็จไป 30%”
“ถ้าเราอาศัยช่วงเทศกาลสารทจีนนี้จับวิญญาณร้ายให้ครบ 100 ตนในคราวเดียว ผลงานของเราก็จะเสร็จสิ้นทันที นี่แหละที่เขาเรียกว่าการทำตัวชี้วัดให้สำเร็จเข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้วค่ะ แต่เราจำเป็นต้องรีบปั่นตัวชี้วัดให้เสร็จไวขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” ซู่เป่าพยักหน้าพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เอ่อ… ท่านอาจารย์ไม่ได้บอกหรือไงว่า หากไม่ขยันจับผีให้น้ำเต้าเต็มตามเป้า เธอต้องหายไปน่ะ?” ซูเหอเวิ่นขมวดคิ้วมุ่นพลางถามย้ำด้วยความกังวล
ซู่เป่านิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “อาจารย์เคยบอกไว้ว่า… จุดประสงค์หลักของการจับผี ไม่ใช่แค่การออกไปไล่ล่าดวงวิญญาณเท่านั้นนะคะ”
“อ้าว… ถ้าอย่างนั้นทำไปเพื่ออะไรล่ะ?” คราวนี้กลับเป็นฝ่ายซูเหอเวิ่นเองที่งง
“เรื่องนี