้หนูก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันค่ะ! อาจารย์แค่สั่งกำชับว่าให้ตั้งใจจับก็พอแล้ว” เด็กน้อยตอบพลางทำหน้ามึนงงไม่ต่างกัน
เสี่ยวอู่โพล่งแทรกขึ้นมาทันควัน “ไปจับผี! ไปจับผีไร้นิยาม! ไปจับผีในทุกถิ่นที่! จะถนนใหญ่หรือตึกร้างก็ไม่ต้องถามเหตุผล จับผีที่เป็นอิสระที่สุด!”
“…”
ในขณะนั้นเอง คุณนายเฒ่าซูก็ร้องเรียกทุกคนไปกินข้าว ซู่เป่าวางของเล่นในมือลงทันที “ไป ๆ ไปกินข้าวกันเถอะ!”
เสี่ยวอู่กระพือปีกพร้อมกับส่ายหัวส่ายหางเดินตามไปติด ๆ ขณะก้าวผ่านมุมบันได มันเห็นคุณปู่เต่านอนหลบร้อนอยู่ ก็ยังไม่วายจิกหัวอีกฝ่ายตามความเคยชินพร้อมส่งเสียง ‘กั๊ก’
คุณปู่เต่าหดคอเข้ากระดอง ส่วนเสี่ยวอู่นั้นพอจิกเสร็จก็รีบวิ่งหนีไป ไม่ได้วุ่นวายต่อ
ซูจื่อซีลุกขึ้นยืน แล้วขมวดคิ้วมุ่น พึมพำกับตัวเองว่า “ต้องจับให้ได้ 100 ตนเชียวหรือ? มากมายถึงเพียงนั้นเลย!”
หลังมื้ออาหารเสร็จสิ้น ซู่เป่านั่งวาดรูปอยู่บนโต๊ะ จู่ ๆ ก็เห็นอาจารย์กับคุณแม่กลับมาจากข้างนอก เธอจึงรีบวางปากกาแล้ววิ่งถลาออกไปรับ “คุณแม่คะ! ไปไหนกันมาเหรอคะ?”
“ไปลงทะเบียนมาจ้ะ” ซูจิ่นอวี้ลูบศีรษะลูกสาวด้วยความเศร้าสร้อย
หลังจากผ่านพ้นวันที่สิบสี่เดือนเจ็ดไปแล้ว เธอจะต้องไปจุติใหม่ในภพภูมิอื่น ทว่าก่อนจากไป ยังสามารถขึ้นมาเยี่ยมเยียนได้อีกครั้ง และนี่คือการพบกันครั้งสุดท้ายในฐานะแม่ลูก…
รอยยิ้มบนใบหน้ากลมมนของซู่เป่าค่อย ๆ จางหายไป เธอเงียบงันแล้วสวมกอดคุณแม่ไว้แน